[0106] แมวน้อยของผม (Yaoi Warning)
posted on 21 Sep 2008 21:52 by irindel in CubicschoolThis entry is a part of Cubicschool Project, but unauthorized.
--------------------------------
"แมวเอ๋ยแมวเหมียว
รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา
ร้องเรียกเหมียวๆเดี๋ยวก็มา
เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู..."
--------------------------
1.
เจ้าแมวน้อยของผม...รูปร่าง...ผมก็ว่าเพรียวลมสมส่วนดีนะ...
ไอ้ร้องเรียกเหมียวๆเดี๋ยวก็มาเนี่ย...บางทีก็ไม่มาหรอกครับ... แถมถ้าเรียกบ่อยๆยังจะหันมาทำตาขวางใส่ผมเสียอีกบางที
เคล้าแข้งเคล้าขางั้นเหรอ?... ไม่มีวันซะล่ะ แมวน้อยของผมน่ะ หวงเนื้อหวงตัวจะตายไป มีแต่ผมนี่แหละที่ต้องเป็นฝ่ายเข้าไปเคล้าก่อน
แต่ถ้าเรื่องน่าเอ็นดูล่ะก็...ใช่เลย...
แต่คงไม่ใช่เช้านี้...
เช้านี้แมวน้อยของผมท่าทางจะกำลังอารมณ์เสียไม่ใช่น้อย พอผมออกมาจากห้อง ก็หันมาจ้องผมตาขวางเชียว เล่นเอาผมงงไปเล็กน้อย
...สงสัยเมื่อคืนจะเล่นด้วยนานไปหน่อย... เลยนอนไม่พอสินะ...
ยังไงซะถามไถ่กันสักหน่อย คงไม่ถึงขนาดโดนขบหัวหรอกมั้ง?
"เอ่อ...เป็นอะไรไปหรือครับ ครูปราบ ทำไมเช้านี้ทำหน้ามุ่ยเชียว นอนไม่พอหรือครับ?"
--------------------------
2.
ปุณยนันท์ ศศบดี อยากบีบคอคนตรงหน้าเสียให้ตาย...
ยังมีหน้ามาถามเขาหน้าซื่อ ตาใสอีกว่านอนไม่พอหรือ
...ที่ผมนอนไม่พอก็ความผิดคุณนั่นแหละครับ รู้เอาไว้ซะด้วย!...
เขาหันกลับไปทำธุระที่ค้างเอาไว้ต่อ นั่นคือการพยายามเอาเจ้าผ้าพันคอผืนหนา ยาว สีน้ำเงินเข้มพันรอบคอแล้วจัดให้ชายปล่อยห้อยลงมาให้ได้ระดับพอดี ไม่ยาวเลื้อยลงมาเกะกะมากเกินไป แต่จัดอย่างไรก็ไม่ถูกใจเสียที จนใบหน้าขาวๆนั้นชักจะมุ่ยหนักขึ้นเรื่อยๆ
...เสียเวลาชะมัด เกิดมาก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาใช้ผ้าพันคอกับเขาซะด้วย...
...ถ้าไม่ใช่เพราะใครบางคน...
ทันที่ที่นึกถึงมือใหญ่ที่ประกอบด้วยนิ้วเรียวยาวก็เอื้อมมาช่วยจัดผ้าพันคอให้จากทางด้านหลัง กลิ่นโอเดอโคโลญจน์กลิ่นประจำที่เจ้าตัวชอบใช้โชยมาแตะจมูกพร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่ดังอยู่ข้างหู
"ผ้าพันคอผืนนี้...ที่ครูเอมถักให้วันคริสต์มาสสินะครับ"
น้ำเสียงที่แฝงแววหัวเราะไว้จางๆทำให้ร่างเล็กกว่าที่ตอนนี้กึ่งๆตกอยู่ในอ้อมแขนของคนที่จัดผ้าพันคอให้หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันควันเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น...
---------------------------
3.
"นี่มันอะไรกันครับ ครูเอม?" ครูสอนวิชาภาษาญี่ปุ่นประจำโรงเรียนลูกบาศก์ก้มลงมองห่อของรูปทรงประหลาดที่ครูสาวที่อาวุโสที่สุดยื่นให้ เดาจากริบบิ้นสีเขียวสลับแดงแล้วก็พอจะรู้ว่าเป็นของขวัญวันคริสต์มาส แต่ดูจากรูปร่างสีเหลี่ยมผืนผ้าอ้วนๆ ป่องกลางคล้ายทอฟฟี่แล้ว เขาเดาไม่ออกเลยว่าของที่อยู่ข้างในนั้นจะเป็นอะไร
...หวังว่าคงไม่ใช่ขนมไทยอะไรสักชนิดอย่างกาละแม หรือผลไม้กวนขนาดบิ๊กจัมโบ้หรอกนะ...
"ของขวัญวันคริสต์มาสควบปีใหม่ค่ะ" ครูสาวยิ้มหวาน... เขาไม่มีทางเลือกนอกจากยิ้มแห้งๆแล้วรับของขวัญหน้าตาประหลาดนั้นมา
"ขอบคุณครับ ว่าแต่...อะไรกันครับนี่...ขนมรึเปล่าครับ?"
"อยากรู้ก็ลองเปิดดูสิคะ" ครูเอมว่า ดวงตาหลังกรอบแว่นหนาเป็นประกายวาววับ
ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการดีหรือไม่ แต่เห็นดวงหน้ากระตือรือร้นอยากดูปฏิกิริยาของเขาแล้วก็ใจอ่อน เขาดึงริบบิ้นออก ตามด้วยกระดาษห่อ... ของที่อยู่ข้างในคือ...
ผ้าพันคอสีน้ำเงินผืนยาวหนึ่งผืน...
"เอ่อ...ยาวจังเลยนะครับ" เขาออกความเห็นขณะคลี่ผ้าพันคอออกมาแล้วพบว่ามันยาวเกินกว่าระยะสองช่วงแขนเขาเสียอีก
"อ๋อ ค่ะ ก็ตั้งใจจะถักให้ยาว จะได้เอาไว้พันคอคู่กับแฟนไงคะ ครูปราบ"
"แค่กๆๆ" ชายหนุ่มเกิดอาการสำลักลมกะทันหัน ไอจนหน้าแดงก่ำ แต่กระนั้นหูก็ยังแว่วได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากเพื่อนครูคนอื่นๆในห้อง
"อ้าว แย่จริง เป็นหวัดซะแล้ว ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ใช้ผ้าพันคอนี่เลยสิคะ" ครูสาวสอนศิลปะคนสวยเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มหวานจนชวนสยอง เขายังไม่ทันจะได้ขยับตัวหนี ผ้าพันคอผืนยาวก็ถูกโปะลงมาบนตัวเขาแล้วเรียบร้อย ครูไมขยับยักย้ายสองสามทีก็ถอยออกไปเอียงคอมองดูผลงานตัวเองอย่างภูมิอกภูมิใจ ในขณะที่ครูเอมปรบมืออย่างดีอกดีใจ
"แหม ครูปราบใส่สีน้ำเงินแล้วขึ้นอย่างที่ครูเคนบอกเอาไว้จริงๆซะด้วย"
--------------------
4.
"ว่าแต่ นึกยังไงถึงพันผ้าพันคอไปล่ะครับ วันนี้" ผมก้มลงไปกระซิบเบาๆที่ริมหูแมวน้อยของผมที่ทำท่าเหมือนใจลอยไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่วินาทีต่อมาผมก็รู้สึกว่าไม่น่าทำอย่างนั้นเลย เพราะเจ้าแมวน้อยหันขวับกลับมาจ้องผมเขม็ง นัยน์ตาสีดำสนิทเป็นประกายเขียวปั้ดเลยทีเดียว
"ทำไมน่ะเหรอครับ..." เจ้าแมวน้อยของผมคำรามเสียงลอดไรฟันออกมาก่อนจะใช้นิ้วเกี่ยวดึงเอาผ้าพันคอที่ผมพันไว้ให้เสียสวยลงมาพร้อมกับเบือนหน้าไปด้านหนึ่ง เผยให้เห็นลำคอเนียนขาวผ่อง
...ที่มีรอยช้ำเป็นจ้ำๆอยู่ห้าถึงหกวงได้...
"ก็ดูสิครับ คอเป็นแบบนี้แล้วจะให้ผมไปโรงเรียนได้ยังไงล่ะครับ?"
...ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ แต่...มันอดยิ้มไม่ได้จริงๆครับ ชะรอยรอยยิ้มของผมคงทำให้เจ้าแมวน้อยของผมไม่พอใจ เพราะใบหน้าขาวๆนั้นยิ่งง้ำหนักลงไปกว่าเดิมเสียอีก
"ยิ้มอะไรน่ะครับ ครูเคน ไม่ขำนะครับ!!!"
"ก็...บอกว่าเป็นรอยยุงกัดก็ได้นี่ครับ" ผมแกล้งแหย่เขาเล่นๆ แล้วก็ได้ผล เพราะนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นเป็นประกายวาบขึ้นมาทันทีด้วยโทสะ...
...ให้ตายสิ แม้แต่ตอนโกรธก็ยังน่ารักจนผมถอนสายตาออกไปจากคุณไม่ได้จริงๆเลยนะ...
"ยุงกัดบ้านคุณสิครับ รอยใหญ่ขนาดนี้"
"งั้นหรือ?" ผมเลิกคิ้ว ริมฝีปากเหยียดออกเป็นรอยยิ้มด้วยความรื่นรมย์ที่แหย่เจ้าแมวน้อยของผมได้
"ได้ข่าวว่าเราอยู่บ้านเดียวกันนะครับ"
เจ้าแมวน้อยสะอึกกึกก่อนจะหลุบตาลงต่ำ เสมองไปทางอื่น แต่ดูจากรอยขุ่นในแววตาแล้ว ท่าทางคงจะไม่หายโกรธง่ายๆ
"ยังไม่หายโกรธหรือครับ?" ผมลองถามดูทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าจะได้คำตอบแบบไหน
เจ้าแมวน้อยของผมนิ่งเงียบ...
"งั้นเอาอย่างนี้ดีมั้ยครับ" ผมตัดสินใจยื่นข้อเสนอ เจรจาสงบศึก ไม่อย่างนั้น เราคงต้องไปโรงเรียนสายกันทั้งคู่แน่ๆ
"เรา...งด...กัน...สักสองสามวัน...จนกว่ารอยนั้นจะหายไป...ดีมั้ยครับ?"
-----------------------------
5.
ใจร้าย... ใจร้ายที่สุด...
นั่นเป็นคุณสมบัติอีกข้อหนึ่งที่เขาคงต้องเพิ่มให้คนที่นอนหันหลังหายใจเบาๆเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่ข้างตัวเขาตอนนี้
นับตั้งแต่วันนั้นมานี่มันก็ปาเข้าไปสามวันแล้วนะครับ!!!
รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นคนนอนหนาว ยิ่งอากาศช่วงนี้หนาวผิดปกติจนไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ ขนาดเขานอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เขายังรู้สึกหนาวๆจนหลับไม่ค่อยสนิทถ้าไม่ได้ไออุ่นจากคนข้างตัวที่ทำหน้าที่เหมือนกระเป๋าน้ำร้อนไปด้วยในตัว
แต่นี่...นับตั้งแต่วันที่เขายื่นข้อเสนอนั่น คนข้างตัวเขาก็พลิกตัวไปนอนเสียห่าง...
...จะแกล้งกันใช่มั้ยครับ?...
เขานอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง อึดอัด กระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก หงุดหงิดในอารมณ์จนนอนไม่หลับ หมั่นไส้คนข้างตัวเสียจนอยากจะผลักให้ตกเตียงไปเลยอยู่หลายวูบ
...ที่สำคัญคือ...ทำไมคืนนี้เขาถึงรู้สึกว่ามันร้อนๆยังไงพิกล...
...ร้อนจนนอนไม่หลับ...ทั้งๆที่อุณหภูมิที่ปรอทวัดบนชั้นวางของก็บอกอุณหภูมิต่ำกว่ายี่สิบองศาอยู่โข
...ปกติจะต้องนอนคลุมโปงตัวสั่น ใส่เสื้อซ้อนกันสามสี่ชั้นแท้ๆ... แต่วันนี้เป็นอะไรไปนะ?
หลังจากพลิกตัวไปมาอยู่ได้สักพัก คนข้างตัวที่นอนนิ่งอยู่แต่แรกก็เริ่มขยับตัว เขาถึงเพิ่งระลึกขึ้นมาได้ว่าอาจจะทำให้คนข้างตัวพลอยตื่นขึ้นมาด้วยก็ได้ เขาพยายามนอนนิ่งๆ จ้องมองเพดานอยู่ครู่ใหญ่ แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ลุกขึ้นหยิบเอาหมอนและย่องไปเปิดตู้หยิบผ้าห่มผืนหนาที่เก็บเอาไว้เดินออกไปจากห้องนอน
เขาไม่รู้เลยว่าตลอดเวลานั้น... ใครบางคนกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ในความมืด
พร้อมกับรอยยิ้มบนริมฝีปาก
...ถึงขีดจำกัดแล้วสินะ...เจ้าแมวน้อยของผม...
---------------------------------
6.
...อื้อ... หนาวจัง... ผ้าห่มอยู่ไหนเนี่ย...
มือเรียวควานสะเปะสะปะไปทั่ว ทั้งๆที่ถ้าลืมตาขึ้นมองหาสักนิด ก็คงหาเจอได้ง่ายกว่านี้ ติดที่เปลือกตานั้นหนักอึ้งราวถูกถ่วงด้วยตะกั่วจนเจ้าตัวไม่คิดแม้จะฝืนปรือตาขึ้นมาหาผ้าห่มที่หยิบติดมือมาด้วย
...อ๊ะ... เจอละ...
มือบางกระตุกเอาผ้าห่มที่หยิบมาได้ในที่สุดขึ้นหมายจะคลุมโปง นอนหลับเสียให้สบายก่อนต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน
ทว่า...
เอ๊ะ...ติดอะไรเนี่ย...
เสียงหัวเราะทุ้มนุ่มที่ดังขึ้นเบาๆเหนือศีรษะทำให้ร่างเล็กที่นอนขดอยู่บนโซฟาสะดุ้งเฮือกลืมตาตื่นโดยอัตโนมัติ ดวงตาสีดำใสสบเข้ากับดวงตาสีนิลลึกเกินหยั่งอีกคู่ที่มองสบตอบกลับมา...
...จากด้านบน...
"ค่ะ...ครูเคน! มาทำอะไรอยู่บนตัวผมครับ?" ครูปราบถามเสียงละล่ำละลักพลางขยับตัวจะหนีให้พ้นสภาพที่ตนเป็นฝ่ายเสียเปรียบทุกประตูแบบนั้น มือรีบปล่อยชายเสื้อนอนอีกฝ่ายที่ตนกำไว้แน่นเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นผ้าห่มราวกับจับของร้อน ร่างสูงที่คร่อมอยู่บนตัวเขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะแย้มยิ้มจางๆตามนิสัย แต่ดวงตาที่เป็นประกายพราวระยับนั่นทำให้คนที่นอนอยู่ข้างใต้ต้องเกร็งตัวระวังเต็มที่
"ก็ตอนแรกว่าจะเอาผ้ามาห่มให้คุณน่ะครับ...แต่ดูเหมือนคุณอยากได้อะไรที่อุ่นกว่านั้น..."
ใบหน้าขาวซับสีระเรื่อขึ้นทันทีอย่างหักห้ามไม่ทัน ดวงตาดำใสเสมองไปทางอื่น
...รู้ตัวมั้ยครับ...ว่าทำแบบนั้นแล้ว...คุณดูน่ารักมากขนาดไหน...แมวน้อยของผม...
...น่ารัก...จนผมแทบจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว...
"ขอโทษครับ" น้ำเสียงนั้นติดจะห้วนนิดๆ "ขอผ้าห่มคืนให้ผมด้วยครับ"
เนื่องจากคนพูดยังคงไม่ยอมหันกลับมามองหน้าอีกฝ่าย...
เจ้าแมวน้อยเลยไม่ได้เห็นว่าหมาป่าตรงหน้า...กำลังแสยะยิ้ม...กว้าง....
"ไม่เป็นไรครับ" หมาป่าตอบด้วยเสียงนุ่มนวล "ผมยินดีเป็นผ้าห่มให้"
"อ๊ะ!!!" ครูปราบร้องได้แค่นั้นร่างสูงก็ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาใส่จนร่างเล็กจมลงไปในโซฟาตัวนุ่มอีกครั้ง
"เดี๋ยวสิครับ ครูเคน อย่าเล่นแบบนี้สิครับ มันหนักนะครับ อ๊ะ!..." คนร้องประท้วงถึงกับเผลอตัวหลุดเสียงครางออกมาเมื่อ "ผ้าห่ม"กิติมศักดิ์เริ่มสอดฝ่ามือร้อนผ่าวเข้าไปใต้เสื้อทำการรุกรานไปทั่วโดยไม่แม้แต่จะเสียเวลาขออนุญาต
"ท่ะ... ทำอะไรน่ะครับ หยุดเดี๋ยวนี้นะครับ อึ๊!" คนถูกรุกรานสะดุ้งเฮือกเมื่อปลายนิ้วอีกฝ่ายลากไล้ไปจนถึงยอดอก แล้ววนเวียนอยู่รอบๆ
"หน่ะ...ไหนว่า...จะ...ไม่....ไง...ครับ...อ๊ะ!" ร่างเล็กครางผะแผ่วสลับกับหอบหายใจเมื่อริมฝีปากร้อนจัดของคนเจ้าเล่ห์จรดลงบนยอดอกอย่างบางเบาพร้อมกับมือข้างหนึ่งที่เริ่มเลื่อนลงไปด้านล่าง
"อืมมมม... แต่คุณเเป็นคนดึงผมเข้ามาหาคุณเองนะครับ" อีกฝ่ายช่วยทวนความจำให้
"เพราะฉะนั้น...สัญญาถือเป็นโมฆะ..." ฝ่ามือใหญ่ค่อยสอดล้วงเข้าไปใต้กางเกงเนื้อนุ่ม สัมผัสเข้ากับส่วนที่กำลังตื่นตัวเต็มที่ ดวงตาสีนิลเป็นประกายกล้ายามมองเรือนร่างที่เริ่มจะบิดตัวไปมาอยู่ข้างใต้ตัวเขา
"ย่ะ...อย่านะครับ..." ในห้วงสุดท้ายก่อนที่สติสัมปชัญญะจะกระเจิดกระเจิงจนกู่ไม่กลับเพราะการรุกเร้าของคนตรงหน้า เขาพยายามดิ้นรน...เพื่อจะรักษาเศษเสี้ยวสุดท้ายของศักดิ์ศรีเล็กๆเอาไว้
...คุมสติหน่อยสิปราบ... แค่โดนเขาแตะนิดแตะหน่อย นายก็พร้อมจะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาง่ายๆแบบนั้นเลยรึไง!
...ถึงจะคิดอย่างนั้น...แต่ว่า...แต่ว่า..
.
"แต่ร่างกายคุณไม่ปฏิเสธผมนี่ครับ" ใบหน้าขาวๆขึ้นสีจัดทันทีที่อีกฝ่ายชิงดักคอเหมือนรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เรือนกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่งที่ปราศจากอาภรณ์ใดๆค่อยๆทาบทับลงมาบนตัวเขา ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มชวนให้หมั่นไส้ก้มลงมาชิดก่อนจะเลื่อนไปกระซิบเบาๆที่ริมหู
"สัญญาครับว่าจะไม่ทำซ้ำสอง"
ร่างเล็กนิ่งเงียบ เบือนหน้าไปอีกทาง ไม่ยอมตอบอะไร
"งั้นผมถือว่านั่นคือคำอนุญาตนะครับ" อีกฝ่ายรีบสรุปเข้าข้างตัวเอง ดวงตาดำวาวหันขวับกลับมาเผชิญหน้า แต่ก็ช้าเกินกว่าริมฝีปากร้อนผ่าวที่ประกบลงมาบนเรียวปากบาง บดขยี้คล้ายจะสูบเอาลมหายใจทั้งหมดของเขาออกไปจากตัว
...อากาศข้างนอกนั้นยังคงหนาว...
...แต่ในห้องนั้น...ในค่ำคืนนั้น...
...คนขี้หนาว ก็อุ่นจนเกินพอ...
---------------------------------
7.
แสงแดดอ่อนอุ่นสาดผ่านม่านสีขาวโปร่งบางเบาเข้ามาแยงตาผมที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง เสียงนาฬิกาปลุกเรือนกลมที่โต๊ะหัวเตียงแผดลั่นได้ชั่วอึดใจก่อนที่ผมจะเอื้อมไปตะปบแล้วลากมาดูเวลา
...เจ็ดโมงครึ่ง!!!...
ผมลุกพรวดขึ้นจากเตียงก่อนจะหันขวับไปมองข้างๆตัว...
...ว่างเปล่า?...
...หืม?...เจ้าแมวน้อยของผมลุกไปแล้วงั้นหรือ?...
...เพิ่งจะนอนไปเมื่อตอนฟ้าสางนี่เอง เอาเรี่ยวแรงที่ไหนมานะ?...
สิบนาทีต่อมา ผมซึ่งผ่านกรรมวิธี"ซักแห้ง"ก็เดินออกมาที่ห้องด้านนอก เพื่อที่จะพบกับ...
...แมวอารมณ์เสีย...หนึ่งตัว...
ผมกระพริบตาปริบ... เจ้าแมวน้อยของผมกำลังสาละวนเอาผ้าพันคอเจ้าปัญหาพันไปรอบๆคอเหมือนเมื่อวันก่อน ใบหน้าขาวๆนั้นบึ้งตึง ไม่เหลือเค้าเจ้าแมวน้อยที่ครางอย่างพึงพอใจอยู่ในอ้อมอกผมเมื่อคืนแม้แต่นิดเดียว
"ทำไมทำหน้าอย่างนั้นอีกแล้วล่ะครับ?" ผมเผลอหลุดปากถามออกไปก่อนจะหักห้ามตัวเองได้ทัน
...ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบให้เจ้าแมวน้อยของผมทำหน้าไม่พอใจนะ แบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ...
...แต่แบบเมื่อคืนมันน่ารักสุดๆเลยนี่นา...
เจ้าแมวน้อยของผมตวัดตาขึ้นมามองพร้อมกับขู่ฟ่อ
"คุณผิดสัญญา" น้ำเสียงนั้นกล่าวหาผมแบบไม่คิดจะเปิดช่องให้ผมแก้ตัว
...แต่ผมก็ไม่คิดจะแก้อยู่แล้ว...
"ก็ไม่ทำซ้ำสองไงครับ" ผมคลี่ยิ้มบางพลางเดินเข้าไปใกล้ ดวงตาสีดำของเจ้าแมวน้อยเป็นประกายวาววาบ
"ใช่ครับ..." ผมว่าผมได้ยินเสียงเขากัดฟันกรอดนะ
"ไม่ทำซ้ำที่เดิม...ใช่ครับ..." เจ้าแมวน้อยของผมใช้นิ้วเกี่ยวดึงผ้าพันคอลงมาพร้อมกับเบือนหน้าไปทางหนึ่ง
"แค่ย้ายจากข้างซ้ายไปเป็นข้างขวาเนี่ยนะครับ?!!!"
...ผมกลั้นยิ้มเอาไว้จะไม่ไหวอยู่แล้วนะครับ...
...ที่คอด้านขวาของเขามีรอยวงแดงๆอยู่....เอ่อ....จำนวน...เอ่อ....นับไม่ถ้วน..
.
"ช่วยไม่ได้นี่ครับ" ผมค่อยๆเดินเข้าไปประชิดตัวเจ้าแมวน้อยของผม ก่อนจะเชยคางเขาขึ้น...สบตาตรงๆ
"ก็เมื่อคืนคุณน่ารักมากจนผมอดใจไม่ไหว เผลอตัวไปหน่อย"
...แมวน้อยของผม...หน้าแดงก่ำเหมือนลูกมะเขือเทศ แต่ยังมีเรี่ยวแรงมาขึ้นเสียงกลบเกลื่อน
"ไม่ขำนะครับ!"
"งั้นเราพักกันอีกดีมั้ยครับ?" ผมยื่นข้อเสนอเดิม แต่คราวนี้เจ้าแมวน้อยของผมสะดุ้ง
...แหม ผมชอบมองหน้าเขาตอนที่อ้าปากค้าง จะตอบรับก็ไม่ได้ จะตอบปฏิเสธก็...เสียจริงๆ
ผมก้มลงไปกระซิบอย่างแผ่วเบาที่ริมหูเขา...เหมือนที่ทำเมื่อคืน
"ผมว่าอดเปรี้ยวไว้กินหวาน มันก็ทำให้อะไรๆมันรสชาติดีขึ้นนะครับ..."
THE END
-------------------------------------
หมายเหตุ
-
คาดว่าฟิคนี้คงไม่ไปโผล่ขึ้นหน้าแรกเอกซ์ทีนเพราะใช้เอนทรีเก่าเก็บมารีไรท์ใหม่เนื่องจากเมล์ย้าฮูเล่เก๊ ส่งหาใคร ไม่มีได้รับเลยสักคน
-
เพิ่งลองเขียนแบบนี้ครั้งแรก ไม่ถูกใจพระเดชพระคุณสมกับที่รอคอยอย่างไร ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย สุดท้ายก็มีปัญญาเรทได้แค่นั้น...
-
อยากให้เป็นอย่างนี้จริงๆจังเลยแฮะ...
-
ขออภัยถ้าตอนท้ายๆหลุด ผปค.ง่วงมากจนจะตกเก้าอี้อยู่แล้ว อาจมีอะไรเบลอๆหลุดมาจากห้วงความคิดอันชั่วร้ายบ้าง โปรดอย่าถือสา เดี๋ยวจะรีบกลับมาแก้ค่ะ
-------------------------------------
แถมท้าย
...ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เจ้าแมวน้อยของผมต้องแย่แน่ๆ...
...หน้าหนาวยังมีผ้าพันคอ...แล้วหน้าร้อนล่ะ จะทำยังไง?...
...เอาปลอกคอ...พร้อมกระพรวนลูกเล็กๆห้อยไว้.... จะดีมั้ยนะ?...
แม่ครูเอมทำผมสติแตก เมนท์ไม่ได้แล้วเนี่ย!!!
ดังนั้น, รับผิดชอบด้วยการส่งมาเพิ่มอีกซะดีๆ - ฮา (ล้อเล่นน่ะครับ)
ไว้จะกลับมาเมนท์อีกรอบ เมื่อสติกลับเข้าที่
#1 By aki on 2009-01-20 10:19