[SS]ป๊อก...ครืด...
posted on 03 Jul 2009 16:10 by irindel in SideStoryThis entry is a part of Cubicschool project.
----------------------------------
1.
เย็นแล้ว...
อันที่จริงแล้วในหน้าร้อน ท้องฟ้ามักจะมืดช้า แต่เผอิญว่าวันนี้เหล่าบรรดาก้อนเมฆน้อยใหญ่พร้อมใจมารวมตัวสังสรรค์กันเต็ม ท้องฟ้าอย่างไม่คิดจะเลิกรา บดบังแสงตะวันเสียเกือบหมด บรรยากาศโดยรอบจึงมืดสลัวตั้งแต่หัววัน และเหล่านกกาก็พากันบินกลับรังเร็วกว่าปกติ...
และในโรงเรียนลูกบาศก์ก็มีใครบางคนที่อยากกลับบ้านเหมือนกัน...
เด็กสาวร่างเล็กคนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ไม้ถูพื้นดันน้ำสกปรกสีออกดำๆขุ่นๆจากตรงกลางห้องออกไปทางประตูให้ไหลผ่านทางเดินลอดช่องว่างใต้ราวระเบียงลงไปยังท่อระบายน้ำที่อยู่ด้านล่างทอดตัวเลียบกับตัวอาคาร หางเปียคู่แกว่งไกวไปมาตามจังหวะการเดินและการไสไม้ถูพื้นไล่น้ำไปเรื่อยๆอย่างรีบร้อนจนแทบจะเป็นลนลาน
น้ำตาลไม่ได้รังเกียจการทำความสะอาด ทั้งคุณแม่และคุณยายของเธอเคี่ยวกรำเรื่องงานบ้านมาตั้งแต่เธอยังเด็กๆจนเธอไม่เห็นว่าการทำความสะอาดจะเป็นเรื่องน่าเหน็ดเหนื่อยและแสนจะไม่น่าพิศมัยเหมือนใครอีกหลายๆคน
...หนึ่งในนั้นก็คือเพื่อนสนิทของเธอ...
หลังจากทดลองมาหลายงาน ไม่ว่าจะลบกระดานก็ลบจนกระดานดำกลายเป็นกระดานขาว กวาดพื้นก็ดีแต่ทำขี้ฝุ่นฟุ้งกระจายจนเพื่อนร่วมเวร(ร่วมกรรม)พากันจามน้ำตาเล็ดเป็นแถว ให้ถูพื้น เจ้าตัวก็ทำน้ำนองจนห้องเรียนจะกลายเป็นปลักโคลน สุดท้ายเจ้าตัวก็เลยโดนเขี่ยให้ไปทำงานใช้แรงงานยกเก้าอี้ขึ้นไว้บนโต๊ะเพื่อให้ทำความสะอาดพื้นได้สะดวก งานง่ายๆ ไม่ต้องอาศัยทักษะการทำความสะอาดแต่อย่างใด...
...ถึงกระนั้น อวัสดา อาติยเวคินก็ยังสามารถทำให้เรื่องง่ายๆกลายเป็นเรื่องยุ่งยากได้ในพริบตาด้วยการตวัดขาเก้าอี้ไปเกี่ยวดึงเอาหูหิ้วถังน้ำสำหรับซักผ้าสกปรกล้มคว่ำลงมา ของเหลวสีขุ่นคล้ำลามไหลไปทั่วทั้งห้องอย่างรวดเร็วจนน้ำตาลต้องใช้ไม้ถูพื้นสกัดไว้ก่อน โบรีบเผ่นไปหาไม้ถูพื้นมาเพิ่ม ส่วนคนต้นเหตุกับโชโกะ สาวน้อยร่างเล็กอีกคนก็รีบกุลีกุจอออกไปรองน้ำสะอาดมาไว้ซักผ้าถูพื้น ทิ้งให้เธอจัดการกับน้ำที่เจิ่งนองอยู่เต็มพื้นในห้องคนเดียว
น้ำตาลไม่ได้รังเกียจน้ำสกปรกที่เลอะอยู่เต็มห้อง
แต่ที่รีบจนเหมือนทำลวกๆอยู่นี่ก็เพราะว่า...
...เธอกำลังอยู่คนดียว...
...ในโรงเรียนยามโพล้เพล้...
คิดมาถึงแค่นี้ น้ำตาลก็รีบสะบัดหัวจนเปียสองข้างแกว่งไปมา ไม่อยากจะนึกถึง"อะไร"ให้มากไปกว่านี้ แต่แล้ว...เธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง... ดังมาจากข้างบน...
...แผ่วแสนแผ่ว... ราวเสียงกระซิบ... ทว่า...
เสียงนั้นทำให้ขนทุกเส้นบนร่างกายของเธอลุกชัน...
"ป๊อก........ครืดดดดดดดดดดด...."
-------------------------------
2.
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!"
เสียงหวีดร้องแหลมยาวดังก้องไปทั่วทางเดินผ่านหน้าชั้นเรียน ม.4 ไม่ผิดอะไรกับคมมีดที่กรีดลงไปท่ามกลางความเงียบงันยามสนธยาของโรงเรียน นายน์กับโชโกะที่กำลังช่วยกันหิ้วถังน้ำใส่น้ำสะอาดหนักอึ้งจนเดินตัวเอียง มาตามทางเดินถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ถังน้ำในมือเอียงวูบตามแรงกระตุกทำให้น้ำข้างในกระฉอกหกออกมานองเต็มพื้นทาง เดิน
"น้ำตาล!!!" จากนั้นร่างเล็กทว่าปราดเปรียวก็วิ่งตรงไปทางห้องเรียนโดยมีโชโกะวิ่งตามไป หลังไปอย่างไม่มีทางเลือกเพราะไม่อยากถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว พอวิ่งมาถึงห้องเรียนนายน์ก็กระชากบานประตูไม้ที่หับไว้หลวมๆให้เปิด ออกอย่างแรง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องหาเพื่อนสาวเจ้าของเสียงกรี๊ด...
ทว่า... ห้องกลับว่างเปล่า ไร้เงาเพื่อนสนิทที่ควรจะก้มหน้าก้มตาเคลียร์ผลงานมหกรรมความซุ่มซ่ามของเธออยู่
"น่ะ...น้ำตาล... อยู่ไหนน่ะ?" นายน์ร้องเรียก
"เกิดอะไรขึ้นเหรอ?" โบซึ่งเพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาสมทบถามขึ้น โชโกะส่ายหน้าพลางเดินตามนายน์เข้าไปในห้องเรียน
นายน์พบเพื่อนสนิทของเธอนั่งซุกตัวอยู่ที่มุมห้องในลักษณะ หันหน้าเข้าหามุมห้อง สองมือยกขึ้นปิดหูเอาไว้แน่น ศีรษะซุกลงไปจนแทบจะห่อตัวเป็นก้อนกลมๆ ท่าทางราวกับหวาดกลัวอะไรสักอย่างสุดชีวิต นายน์ถอนหายใจเฮือกออกมาอย่างโล่งอกเมื่อดูด้วยสายตาแล้วเพื่อนสนิทยังมี อวัยวะอยู่ครบสามสิบสอง และไม่มีเลือดตกยางออกให้เห็นแต่ประการใด
"โถ่ น้ำตาล มาอยู่นี่นี่เอง ร้องซะตกใจหมด เกิดอะไรขึ้....อ๊ะ...!" นายน์เผลอร้องออกมาเพราะจู่ๆคนที่นั่งซุกอยู่มุมห้องก็ผวาเข้ามากอดเธอเสีย แน่นราวกับงูเหลือมกำลังรัดเหยื่อจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก เนื้อตัวของอีกฝ่ายก็สั่นระริกจนแม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึก นายน์ขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นกอดตอบโดยอัตโนมัติ
"เป็นอะไรไป น้ำตาล... เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"
"ส่ะ...เสียง... เสียงนั่น..." คำตอบแทบฟังไม่รู้เรื่องเพราะน้ำเสียงละล่ำละลักด้วยความหวาดประหวั่นพรั่นพรึงของอีกฝ่าย
"เสียงอะไร?" นายน์ถามงงๆ นึกไม่ออกว่าจะมีเสียงอะไรในโลกที่น่ากลัวถึงขนาดทำให้เพื่อนสนิทของเธอเกิดอาการ "สติแตก" ได้ขนาดนี้
ยังไม่ทันจะขาดคำ คำตอบก็มาทันใจ...
"ป๊อกกกกก.....ครืดดดดดดดดดดดดดดดดดด....."
------------------------------------------
3.
หลังจากเสียงปริศนานั้นดังขึ้น ห้อง4/1ก็ตกอยู่ในความโกลาหลขนาดย่อมๆ น้ำตาลร้องกรี๊ดแล้วกอดนายน์แน่นกว่าเดิมจนเด็กสาวเริ่มคิดว่าควรจะไปหาหมอ โชคให้ตรวจดูเสียหน่อยว่าซี่โครงเธอหักไปบ้างรึเปล่า โชโกะก็สะดุ้งเฮือก ไม่รู้เพราะตกใจเจ้าเสียงปริศนานั่นหรือเสียงกรี๊ดของน้ำตาลกันแน่จนถอยไปชน เก้าอี้ที่คว่ำไว้บนโต๊ะหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ในขณะที่โบเองก็หน้าซีดเผือดทำท่าเหมือนจะเป็นลมเสียให้ได้
นายน์เป็นนักเล่นเกมตัวยง วันๆก็หมกตัวอยู่กับอินเตอร์เนทเป็นชั่วโมงๆมีหรือจะไม่รู้จักเรื่องเล่า สยองขวัญที่แพร่ระบาดไปทั่วอินเตอร์เนทเมื่อหลายปีก่อน รายละเอียดของเรื่องถูกปรับปรุงเสริมแต่งไปจนมีหลายเวอร์ชั่น แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน... นั่นคือเสียงสยองที่เป็นเอกลักษณ์...
...ผีมีจริงที่ไหนเล่า?...
...มันก็แค่เรื่องผีเล่ากันสนุกๆในอินเตอร์เนท เกิดขึ้นจริงรึเปล่ายังไม่รู้เลย...
...แล้วถึงจะเกิดขึ้นจริง มันก็ไปเกิดกลางป่า กลางเขา รึไม่ก็ในหออะไรโน่น จะมาทำอะไรที่โรงเรียนนี้ล่ะ...
นายน์ถอนหายใจออกมาเฮือกโตเมื่อคิดมาถึงตอนนี้ เธอใช้สองมือจับต้นแขน"งูเหลือม"ที่กอดรัดเธอแน่นแล้วดันตัวฝ่ายนั้นออกมา เขย่าเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ
"น้ำตาล! ตั้งสติหน่อยสิ นั่นมันเสียงพวกพี่ๆเขาทำเวรกันข้างบน ไม่ใช่เสียงอะไรนั่นที่น้ำตาลคิดหรอก" เด็กสาวกดเสียงหนักเพื่อย้ำลงไปในสติที่ดูเหมือนจะยังไม่เข้าที่ดีนักของคน ตรงหน้า
"ไม่จริงอ่ะ...ผี...ผีป๊อกครืดน่ะ..." น้ำตาลหลับหูหลับตาคร่ำครวญ แต่มือยังคงกอดคนที่ตัวเองคว้าไว้ได้แน่นราวกับจะยึดอีกฝ่ายเป็นปราการด่านสุดท้าย นายน์ถอนหายใจเฮือก
...คนที่เคยเป็นคนดูแลเธอมาตลอด ตอนนี้กลับกลายเป็นเด็กเล็กๆให้เธอต้องดูแลแทน...
"ผีป๊อกครืดคืออะไร ไม่รู้จัก รู้จักแต่ป๊อกกี้" เจ้าตัวว่าหน้าตาเฉย แต่มุกตลกนี้กลับไม่ได้รับการตอบรับจากคนกลัวผีทั้งสองคน
"โธ่เอ๊ยยยย กลัวไปได้ แค่เสียงพี่ๆเขาลากเก้าอี้เท่านั้นเอง ผีเผออะไรมีจริงที่ไหน" นายน์ลากเสียงยาว เริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง
"แต่ว่า..." น้ำตาลทำท่าจะแย้ง แต่...
"อาจจะเป็นพวกโจรขโมย หรือพวกโรคจิตที่แอบเข้ามาในโรงเรียนก็ได้นะ" โชโกะเสนอบ้าง ก่อนจะทำหน้าแหยๆเมื่อเพื่อนๆอีกสามคนหันมาอ้าปากค้างกับทฤษฎีของเพื่อนร่วมเวร
"เป็นไปไม่ได้หรอก" นายน์นับหนึ่งถึงสิบในใจอย่างรวดเร็วก่อนจะตอบ "เพราะหนึ่ง คงผ่านพี่ยอดเข้ามาไม่ได้ สอง ห้องเรียนไม่มีของมีค่า ถ้าจะมาขโมยของ น่าจะไปแถวห้องพักครูมากกว่า..." นายน์นิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะคว้ามือน้ำตาลออกแรงดึงลากไปทางประตูโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของอีกฝ่าย
"เดี๋ยวก่อนนายน์ จะพาน้ำตาลไปไหนน่ะ!!!" น้ำตาลร้องเสียงหลง ใจหายวาบเมื่ออีกฝ่ายหันมาแสยะยิ้มหวานชวนขนหัวลุกให้
"ก็จะพาไปพิสูจน์ให้เห็นชัดๆจะจะกะตาเลยน่ะสิว่าไม่ใช่ผี โชโกะกะโบก็ตามมาด้วยสิ"
สิ้นประโยคคนกลัวผีกับคนกลัวโดนฆ่าก็ร้องประท้วงโอดโอยระเบ็งเซ็งแซ่ แต่มีอันต้องเงียบกริบเมื่อคนที่ทำตัวเหมือนเด็กๆมาตลอดกลับเป็นฝ่ายให้เหตุผลชนิดที่เถียงไม่ออกว่า...
"ถ้าไม่ไปพิสูจน์ให้เห็นจริงกันไปเลยว่าเสียงนั่นมันมา จากไหนกันแน่ แล้วจะทำยังไง? ทุกวันอังคารที่ต้องทำเวรกันจะทำยังไง? กวาดไป สวดมนต์ไปอย่างนั้นเหรอ?"
-----------------------------------------
4.
ในตอนแรกห้อง5/1 ดูเหมือนจะว่างเปล่า...
แต่ตรงที่นั่งแถวหน้าสุดมีเงาตะคุ่มๆของใครคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะพร้อมกับแกว่งขาเล่นไปมา
"เห็นมั้ย บอกแล้วไงว่าฝีมือพวกพี่ๆ" นายน์แอบกระซิบด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ แต่คนกลัวผีอีกสองคนดูจะยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนัก
"ใครน่ะ?" โบแอบกระซิบถามบ้าง
"ไม่รู้สิ..." โชโกะส่ายหน้า "ตัวเล็กอย่างนั้น พี่ต้นไม้ล่ะมั้ง..." เธอเองก็มองไม่ออกเพราะเจ้าตัวนั่งหันหลังให้ แถมตอนนี้แสงก็สลัวมากแล้วจนเห็นอะไรเป็นเงาดำๆไปหมด
"ลองเข้าไปถามกันดีกว่าว่าพี่เขาทำอะไร ทำไมมันถึงมีเสียงอย่างนั้น" นายน์ทำท่าจะเปิดประตูเข้าไป แต่ทว่า...
"ว้ายยยยย!!!!" เสียงน้ำตาลร้องลั่นมาจากทางด้านหลังทำเอาอีกสามคนที่เหลือสะดุ้งสุดตัว รีบหันหลังกลับไปมองก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นรุ่นพี่สาวร่างเล็ก ไว้ผมม้ายืนยิ้มกว้างอยู่ด้านหลัง
"ขอโทษทีจ้า ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตกใจกัน น้องๆมาที่ห้องมีอะไรเหรอจ๊ะ?" โคลเวอร์เอียงคอมอง
"อ๋อ พอดีพวกเราได้ยินเสียงแปลกๆดังมาจากข้างบนนี้น่ะค่ะ เลยขึ้นมาดู ไม่รู้พี่ต้นไม้ทำอะไร..." ท้ายประโยคโบลดเสียงลงเป็นบ่นอุบอิบ
"ต้นไม้เหรอ?" โคลเวอร์ทวนคำอย่างงุนงง
"ต้นไม้เขากลับไปตั้งแต่หลังเลิกเรียนแล้วล่ะจ้ะ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องแล้วล่ะ พี่เป็นคนสุดท้ายกำลังจะปิดห้องน่ะ"
...เงียบกริบ...
ทั้งสี่คนหันมามองหน้ากัน แล้วก็พร้อมใจกันมองเข้าไปในห้องเรียน...
...ว่างเปล่า... ไม่มีเงาของใครแม้แต่คนเดียว...
...จะว่าออกไปทางประตูหน้า ประตูหน้าก็ล็อกอยู่... ทางออกก็มีแต่ประตูหลังที่พวกเธอยืนเฝ้ากันอยู่นี่แหละ...
...ถ้าอย่างนั้น...
"ไม่เอาแล้วววววววววววววววววว!!!!!!!!!!" น้ำตาลกับโบร้องกรี๊ดออกมาพร้อมกันก่อนจะออกวิ่งกระโปรงปลิวลงบันไดหายวับไป ด้วยความเร็วทำลายสถิติโลก นายน์กับโชโกะยืนอึ้งอยู่ประมาณสามวินาทีก่อนจะได้สติวิ่งตามไป
เหลือเพียงโคลเวอร์ยืนงงอยู่เพียงลำพัง...
THE END
--------------------------------------
สรุป
-
วันอังคาร น้ำตาล โบ นายน์ และโชโกะทำเวรกันอยู่ นายน์ทำน้ำหก เลยออกไปเอาของมาทำความสะอาดเพิ่ม ทิ้งให้น้ำตาลอยู่คนเดียวในห้อง
-
น้ำตาลได้ยินเสียงประหลาด และร้องกรี๊ดออกมาด้วยความกลัว
-
ทุกคนตกใจเสียงของ้ำตาล วิ่งเข้ามาในห้อง และก็ได้ยินเสียงอย่างเดียวกัน
-
นายน์คิดว่าเป็นเสียงรุ่นพี่ที่ทำเวรอยู่ที่ห้องข้างบน และยืนยันให้ทุกคนขึ้นไปพิสูจน์ แม้ว่าจะไม่มีใครอยากไป
-
พอขึ้นมาถึงห้องม.5/1 ก็เห็นเงาใครคนหนึ่งอยู่ในห้อง พวกนายน์คิดว่าเป็นต้นไม้
-
โคลเวอร์มาปิดห้อง บอกว่าในห้องไม่มีใครอยู่แล้ว เธอเป็นคนสุดท้าย
-
พวกนายน์เผ่นป่าราบ
-------------------------------------
หมายเหตุ
-
อยากเขียนเรื่องผีๆในโรงเรียนมานานแล้ว พอดีเห็นว่าเวรวันอังคารมีแต่ผู้หญิง แถมยังมีแค่สี่คน เลยจับเอามาเป็นเหยื่อซะ
-
แต่ เนื่องจากไฟคิวบิกมอดสนิท เลยเขียนออกมาได้เยิ่นเย้อ ยาว และไม่ถูกใจตัวเองอย่างยิ่ง คงต้องตัดและเกลาให้กระชับกว่านี้ ใครก็ได้ช่วยจุดไฟให้ที...
-
เป็น ครั้งแรกที่ลองเขียนถึงเด็กรุ่นสอง จริงๆอยากรออ่านเรื่องของรุ่นสองให้มากกว่านี้ จะได้จับทางคาแรคเตอร์ให้แม่นยำกว่านี้ แต่เกรงว่าถ้าปล่อยนานไป คงไม่แคล้วต้องเข้าไหดอง เลยเสี่ยงปล่อยออกมาก่อน เลือกเขียนถึงคนที่ดูจะเขียนง่ายๆก่อน ถ้าออกมาดีค่อยขยับไปเขียนถึงคนที่ซับซ้อนมากขึ้นต่อไป
-
ดัง นั้น รบกวนผปค.ทุกท่านช่วยเช็คคาแรคเตอร์ลูกตัวเองด้วยนะคะ ท้วงได้เต็มที่ค่ะ นี่เป็นการลองของครั้งแรก อาจจะผิดกระจุยกระจาย แต่ยินดีปรับแก้ให้ทุกประการเพราะต้องการความถูกต้องเพื่อลองของครั้งต่อๆไป ค่ะ (หัวเราะชั่วร้าย) จะหน้าไมค์ หลังไมค์ ได้ทั้งนั้นค่ะ
-
อธิบายเล็กน้อย จากการสอบถามผปค.ทั้งสอง นายน์กับโชโกะไม่กลัวผีนะคะ แต่โชโกะจะกลัวพวกเลือด ฆาตกรรม อะไรแบบนี้มากกว่า
-
จากนี้ไปก็จะพยายามจุดไฟคิวบิกของตัวเองนะคะ เพื่อ ร.ร.ลบ. โอ๊ทส์สสสส!!!!
----------------------------------------
บทส่งท้าย
...เพราะพวกน้องๆพูดอะไรแปลกๆแท้ๆ...
โคลเวอร์พยายามคล้องกุญแจประตูห้องเรียนมือไม้สั่น ลำพังการอยู่คนเดียวในบรรยากาศวังเวงของโรงเรียนในยามโพล้เพล้ก็ทำให้เธอใจ คอไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอเรื่องเมื่อกี้นี้อีก...
...พวกน้องๆบอกว่าเห็นต้นไม้ในห้อง... แต่ต้นไม้กลับไปแล้ว...
...งั้นคนที่พวกน้องๆเห็นคือใครกันล่ะ?...
โคลเวอร์รู้สึกว่าขนตามแขนขาลุกเกรียว เสียงแม่กุญแจเข้าล็อคดังกริ๊กดังก้องอยู่ในความเงียบสงัด โคลเวอร์กลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนจะรีบออกเดินไปยังหน้าโรงเรียน แต่ก้าวขาออกไปได้แค่สองสามก้าว เธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นจากทางด้านหลัง...
เสียงนั้น...ทำให้ขนทั่วตัวเธอลุกชัน...
เลือดทุกหยดในตัวเหมือนจะกลายเป็นน้ำแข็ง...
"ป๊อก.....ครืดดดดดดดดดดดด..."
THE END
แต่ว่ามีเรื่องให้นายน์ดูแลมั่งก็ดีผลัดกันๆ อิอิอิ
#1 By TFD Kumashouto27 on 2009-07-03 19:44