[IS]0106:Tanabata Wishes (Tag)
posted on 22 Jul 2009 01:12 by irindel in ImaginaryThis entry is a part of Cubicschool Project.
-
ฟิคนี้เป็นกึ่งๆแท็กจาก Tanabata Event ของแม่ข้าวฟ่างค่ะ (ที่ว่าเป็นกึ่งๆเพราะเป็นISค่ะ)
-
เอนทรีนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงในการอ่านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรื่องราวทั้งหมดในฟิคนี้ไม่มีผล กระทบต่อโครงเรื่องหลักในโรงเรียนลูกบาศก์ ไม่ว่าในทางใดๆ และขอความกรุณาอย่านำไปอ้างอิงถึงในเอนทรีอื่นนอกจากเอนทรีที่ระบุว่าเป็น IS อย่างชัดเจนเท่านั้น
-
สมมติว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ราบรื่นดีไม่ได้ไต่ลวดบนปากเหวตามMSของสองคนนี้นะคะ
-------------------------------------------
1.
ปุณยนันท์ ศศบดีสะดุ้งสุดตัว แทบจะทำเอาบรรดาแฟ้มเอกสารทั้งหลายที่หอบมาตกกระจายเกลื่อนพื้น เนื่องจากจู่ๆก็โดนใครคนหนึ่งกระโจนมาดักหน้าในระยะประชิด
"ครูปราบขา" เด็กสาวร่างเล็ก มัดผมแกละลากเสียงยาว หวานเจี๊ยบชวนขนลุกอย่างไรชอบกล ครูหนุ่มกระพริบตาปริบก่อนจะตอบรับสั้นๆ แม้จะยังไม่ค่อยไว้ใจดวงตาที่ส่องประกายอย่างมีเลศนัยคู่นั้นสักเท่าไรนัก
"มีอะไรหรือครับ อวัสดา?"
สาวน้อยส่งยิ้มหวานให้อีกทีก่อนจะกระโดดเข้าเกาะแขนเขาหมับ ครูหนุ่มได้แต่อ้าปากค้างอย่างตกใจ แต่ยังไม่ทันจะได้ส่งเสียงค้านการกระทำที่ดูออกจะไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไรนักของนักเรียนตัวน้อย เขาก็โดนลากเข้าไปในห้องเรียนทางด้านหลังเสียก่อน เขากำลังขยับปากจะถามนักเรียนว่าลากเขามาทำไม แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้คำถามของเขาชะงักค้างอยู่ในลำคอ ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ในห้องเรียนนั้น
มันคือต้นไผ่... ไม่สิ เรียกว่ากิ่งไผ่น่าจะถูกกว่าปักอยู่ในกระถางดินเผาที่ใครคนหนึ่งคงไปเอามาจากเรือนกระจก บนกิ่งไผ่นั้นมีโซ่กระดาษสีต่างๆห้อยอยู่พราวไปหมดพอๆกับกระดาษเขียนคำอธิษฐานทังซาคุที่ปลิวล้อลมอยู่ไหวๆ
"สวยมั้ยคะ ครู ข้าวฟ่างอุตส่าห์ไปหากิ่งไผ่มาจากบ้านเชียวนะคะ พวกหนูเขียนทังซาคุกันเกือบทุกคนแล้ว ครูปราบสนใจจะเขียนด้วยมั้ยคะ?" สาวน้อยคนที่ลากเขามาอธิบายเสียงเจื้อยแจ้วก่อนจะตบท้ายด้วยคำเชิญชวน...พร้อมกับกระดาษทังซาคุที่มายื่นส่งให้ถึงมือ แถมด้วยการแผ่รังสีกดดันอย่างเบาะๆจากดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ส่องประกายคาดหวังแรงกล้า และรอยยิ้มออดอ้อนที่ปิดทางปฏิเสธของครูหนุ่มอย่างสิ้นเชิง
"มาเล่นด้วยกันนะคะครู จะได้มีทังซาคุเยอะๆให้คุ้มกับที่ข้าวฟ่างอุตส่าห์แบกไผ่มาจากบ้านทั้งทีนะคะ"
"ด่ะ...ได้ครับ" ปุณยนันท์ ซึ่งขณะนี้กำลังเริ่มมีเหงื่อซึมตามหน้าผากและฝ่ามือ ไม่อาจทนทานต่อแรงกดดันอันเจิดจ้าของเด็กสาวตรงหน้าได้จำต้องตอบรับอย่างไม่มีทางเลือก
"งั้นเดี๋ยวเย็นนี้หนูแวะไปเอาทังซาคุของครูมาแขวนให้นะคะ..." เด็กสาวปรบมืออย่างดีใจก่อนจะหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มประหลาดจุดขึ้นที่มุมปากชวนให้ครูหนุ่มที่มองอยู่รู้สึกขนลุกไปทั้งตัวอย่างไม่ทราบ
"แต่ถ้าครูไม่อยากให้ใครเห็นคำอธิษฐานของครู จะแอบเอามาแขวนหลังเลิกเรียนก็ได้นะคะ หนูไม่ขัดข้องค่ะ!"
---------------------------------------
2.
"ครูปราบก็ได้มาเหมือนกันหรือครับนี่?" บรรณารักษ์หนุ่มทักเป็นคนแรกเมื่อเห็นครูหนุ่มประจำวิชาภาษาญี่ปุ่นนั่งจ้องกระดาษแผ่นเล็กบนโต๊ะตรงหน้าด้วยท่าทางครุ่นคิดอย่างหนักเหมือนกำลังจะตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ดวงตาสีนิลเหลือบขึ้นมามองคนทักที่มายืนค้ำหัวอยู่ด้านหลังอย่างไม่ค่อยจะเกรงใจกัน แถมยังถือจานขนมไว้ในมืออีกต่างหาก
"ครับ" ปุณยนันท์ตอบสั้นๆก่อนจะส่งสายตาบอกให้อีกฝ่ายถอยออกไปก่อนที่ขนมบนจานในมือจะบังเอิญร่วงลงมาใส่ศีรษะเขาเข้าให้ บรรณารักษ์หนุ่มหัวเหะๆเมื่อเข้าใจความนัยในสายตา ยอมถอยออกไปก้าวหนึ่งแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่วายใช้ส้อมจิ้มขนมสีน้ำตาลก้อนสี่เหลี่ยมเล็กๆส่งให้อย่างมีน้ำใจ
"บราวนี่ครับ ครูนัดทำมา"
"ขอบคุณครับ" เขารับมาถือไว้ในมือ "หมายความว่าทุกคนก็ได้กระดาษทังซาคุจากเด็กม.สี่หรือครับ?" เขาวกกลับมาถามเรื่องที่เขาสงสัยอยู่เมื่อครู่ บรรณารักษ์หนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะส่งขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
"ได้รับกันโดยถ้วนหน้าแหละครับ" ครูหนุ่มร่างสูงชะลูดผู้สอนวิชาภาษาไทยส่งเสียงตอบอย่างร่าเริงมาจากกลางวงขนมกลางห้อง
"อีฟยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะขออะไรดี" ครูสาวร่างเล็กสอนภาษาอังกฤษโอดครวญขึ้นบ้างตามด้วยการจิ้มขนมเข้าปากเพื่อปลอบใจตนเอง
"ขอให้ตัวสูงกว่านี้อีกดีมั้ย" เสียงใครคนหนึ่งแซวขึ้นมาทำให้ครูสาวเจ้าของความสูงเกิน150เซนติเมตรมาฉิวเฉียดหน้าง้ำลงทันที เธอส่งค้อนขวับไปทางต้นเสียง ซึ่งคาดว่าถ้าไม่ใช่ครูภาษาไทยตัวสูงโย่งก็คงเป็นครูสอนฟิสิกส์ผมทองที่ยืนเคี้ยวขนมอยู่ใกล้ๆ
"งั้นคนพูดก็แบ่งความสูงมาให้หน่อยสิคะ"
"ครูอีฟคร้าบบบบ... คนนะครับ ไม่ใช่บราวนี่ จะได้มาตัดแบ่งกันง่ายๆ" คนแซวประท้วงก่อให้เกิดเสียงหัวเราะไปทั้งห้อง
ปุณยนันท์นั่งมองความครึกครื้นของห้องพักครูอย่างเงียบๆ เขาเคยคิดอยู่เหมือนกันว่าเมื่อครูรุ่นสองเข้ามา ความเอะอะมะเทิ่งเกินปกติวิสัยห้องพักครูทั่วไปคงจะลดลงบ้าง เพราะมีครูผู้ใหญ่มาอยู่ด้วยถึงสองท่าน แต่กลับกลายเป็นว่าท่านหนึ่งก็ไปอยู่ตามโรงยิม สระว่ายน้ำ และที่อื่นๆมากกว่าอยู่ในห้องพักครู ส่วนครูอีกคนหนึ่งที่มีอาวุโสสูงสุดก็กลับมองความโกลาหลวุ่นวายในห้องพักครูด้วยสายตาขำขันปนอ่อนใจ ไม่ใช่ความหงุดหงิดรำคาญอย่างที่จอมเอะอะทั้งหลายหวั่นไปล่วงหน้า ห้องพักครูของโรงเรียนลูกบาศก์จึงยังคงครึกครื้นต่อไปตามเดิม
"แล้วครูชาล่ะครับ จะขออะไร?" คำถามของใครคนหนึ่งเปรียบเสมือนระเบิดที่ถูกหย่อนตูมลงมา ห้องทั้งห้องเงียบสนิทเหมือนมีใครไปปิดสวิทช์เสียงไว้
"นั่นสินะ" ครูสาวอาวุโสสุดในห้องเอ่ยเสียงเนิบช้า ทิ้งให้ความเงียบเข้าครอบคลุมทั่วทั้งห้องพักครูอยู่หลายวินาทีก่อนจะตอบช้าๆราวกับกำลังเรียบเรียงคำพูดอยู่
"ก็คงจะขอ...ในสิ่งที่..เกินกว่าที่กำลังของตัวเองจะทำให้สำเร็จได้....ล่ะมังจ๊ะ" คนตอบตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ
ทั่วทั้งห้องเงียบกริบ สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องที่ใบหน้าของคนพูด แต่ก็ได้แต่เห็นเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับอยู่บนริมฝีปากก่อนที่เจ้าตัวจะก้มหน้าลงต่ำ ขยับปากกาในมือเขียนอะไรลงไปในกระดาษแผ่นเล็กแผ่นนั้น...
ปุณยนันท์หันกลับมามองแผ่นกระดาษของตนเอง...
...สิ่งที่เกินกว่ากำลังของตัวเองจะทำให้สำเร็จได้อย่างนั้นงั้นหรือ?...
ก่อนที่เขาจะห้ามตัวเองได้ทัน สายตาก็เหลือบไปทางโต๊ะของคนคนนั้นเสียแล้ว... ร่างสูงกำลังนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาจับจ้องอยู่ที่กระดาษแผ่นเล็กในมือ
...คนคนนั้นจะเขียนอะไรลงไปในทังซาคุนะ...
ดวงตาสีดำสนิทไหววูบอย่างตกใจเมื่อตระหนักว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่
...นี่เขาเป็นอะไรไป... ทำไมถึงอยากรู้เรื่องของคนคนนั้นมากถึงขนาดนี้....
...แต่ก่อน... ไม่ว่าใครจะทำอะไร... เขาก็ไม่เคยสนใจนี่นา...
ในวินาทีที่ปุณยนันท์กำลังนั่งอึ้งกับความจริงที่ตนเองเพิ่งตระหนักอยู่นั่นเอง นัยน์ตาสีนิลคมกริบคู่นั้นก็เหลือบขึ้นจากแผ่นกระดาษในมือขึ้นมาสบตาเขาอย่างจังๆ ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก รีบหันกลับมาที่โต๊ะตัวเองโดยอัตโนมัติ ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนเด็กโดนจับได้ว่าทำผิด อุปาทานเหมือนได้ยินเสียงฝ่ายนั้นหัวเราะเบาๆในลำคอ
นานช้า... กว่าที่ครูหนุ่มจะหยิบปากกาดำขึ้นมา แล้วค่อยๆจรดปลายลงไปบนกระดาษแผ่นเล็ก...
...นี่คือ... คำอธิษฐานของเขา...
---------------------------------------------
3.
"หือม์มมมม...นายน์ ทังซาคุใบนี้มาแขวนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ?" ข้าวฟ่างเอ่ยถามเพื่อนสาวตัวเล็กที่ทำหน้าที่เหมือนประชาสัมพันธ์ทานาบาตะไปแล้ว มือเรียวจับกระดาษแผ่นเล็กพลิกกลับหน้ากลับหลังไปมา แต่ก็ไม่มีข้อความคำอธิษฐาน มีเพียงรูปวาดด้วยลายเส้นคร่าวๆอยู่สุดปลายกระดาษด้านหนึ่งเท่านั้น
"สงสัยมีคนแอบเอามาแขวนไว้ตอนกลางวัน ไม่รุ่นพี่ก็คงพวกครูๆ" นายน์ชะโงกหน้ามาดูทังซาคุปริศนาแล้วสันนิษฐาน "ท่าทางจะขี้อายขนาดหนักนะเนี่ย คำอธิษฐานก็ไม่เขียน มีแต่รูป แล้วอย่างนี้พรจะสมปรารถนามั้ยเนี่ย" นายน์พูดติดตลกพลางหัวเราะ ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่สนใจอีก ข้าวฟ่างมองรูปวาดในทังซาคุนิ่ง...นาน... ก่อนรอยยิ้มจะจุดขึ้นที่มุมปาก
...มีเพียงรูปวาด... ไร้ซึ่งถ้อยคำอธิษฐาน...
...แต่เธอคิดว่าเธอเข้าใจคำอธิษฐานนั้นดี...
...ขอให้ใครสักคน...
...ขอให้คนคนนั้น...
...ขอให้เจ้านั่น...
...มีความสุข... สินะ?
THE END
-----------------------------
สรุป
-
วันทานาบาตะ ครูปราบโดนนายน์ลากเข้าห้องไปยื่นทังซาคุให้และบังคับเขียนแบบอ้อมๆ
-
ครูปราบกลับมาที่ห้องพักครู พบว่าครูทุกคนได้ทังซาคุกันโดยถ้วนหน้า แน่นอนว่าใครคนนั้นก็ด้วย
-
มีคนถามว่าครูชาจะอธิษฐานขออะไร คำตอบของครูชา...มีผลต่อคนฟัง...อยู่สักหน่อย...
-
ตัดฉากมาที่ข้าวฟ่างเจอทังซาคุปริศนาแขวนอยู่ ไม่มีคำอธิษฐาน มีแต่รูปวาด
-
เป็นรูป
ลูกหมากำลังยิ้ม?(กรุณาพยายามจินตนาการว่ามันเป็นลูกหมาหน่อยนะ) -
แล้วใครเป็นเจ้าของทังซาคุปริศนานั่นล่ะ? (เดาไม่ออกเลยเนอะ?)
-------------------------------
หมายเหตุ
-
จริงๆแล้วซีรี่ย์นี้เขียนเสร็จไว้นานแล้ว ตั้งแต่แม่ข้าวฟ่างแปะแท็ก ก่อนซีรี่ย์ระเบิดนิวเคลียร์ของผปค.ครูเคน ตั้งใจมั่นว่าจะอัพขึ้นให้ได้ก่อนระเบิดลูกใหญ่จะลง...แต่ว่า...
-
มันติดที่รูปวาดซึ่งเป็นใจความสำคัญของเอนทรีนี้ ผปค.ลองวาดดูแล้ว ผลคือ... ลูกหมากลายเป็นหมาจิ้งจอก โอ้ว โน้วววววว เลยต้องไปรบกวนผปค.น้ำตาลให้ช่วยวาดรูปประกอบให้ กว่าจะได้มา ก็พอดีต้องไปทำหน้าที่ชวนป๋วยปี่แป่ก่อตราลูกกตัญญูอีก พอดีระเบิดครูเคนลง... ผปค.สิ้นชีพไปหลายวันกว่าจะลากสังขารมาอัพได้ ฮือออออ...
-
ดังนั้นเอนทรีนี้เลยกลายเป็นออกมาตัดอารมณ์เสียอย่างนั้น... ขอโทษนะคะ... อิชั้นไม่ได้ตั้งใจ แต่เขียนไว้เสร็จแล้วจะไม่เอาลงมันก็... เสียดายง่ะ... แต่ยังไงก็เป็นIS นะคะ พ่อแม่พี่น้อง อย่าลืมๆ ฮืออออ...
-
ขอขอบคุณผปค.น้ำตาลมากค่ะที่วาดรูปให้ตามรีเควส ไม่มีรูป เอนทรีนี้ไม่ได้เกิดนะนี่
-
ทราบว่าทุกคนงานเข้า กำลังหัวปั่น หัวฟู แต่ถ้าใครว่างจัดๆ นั่งรอแฟนช้อป มิดเยียร์ เซลล์ อยู่สี่ชั่วโมง จะแวะมาเช็คคาแรคเตอร์ลูกหลานด้วยก็จะเป็นพระคุณยิ่งนัก
-
พยายามๆฟิวชั่นครูเก่าครูใหม่เข้าด้วยกัน และพยายามลากครูไปหานักเรียนรุ่นสองด้วย ถึงจะไม่มีผลอะไรเพราะเป็น IS แต่ก็ถือว่าได้ลองของ ฝึกฝีมือล่ะนะ
-
ความนัยของทังซาคุปริศนาคือ... ในภาษาญี่ปุ่น ken แปลว่า
ลูกหมาค่ะ (ใช่มั้ยคะ? อิชั้นก็ไม่ทราบ ไปสอยมาจากบล็อกท่านอากิ.... ผิดนี่นอกจากหน้าแตกแล้วต้องลบฟิคทิ้งเลยนะนี่ โฮะๆๆๆๆ) -
แล้วพบกันเมื่อผปค.หายช้ำใจค่ะ ฮืออออออ....
----------------------------------
บทส่งท้าย
เย็นมากแล้วเมื่อปุณยนันท์ ศศบดีเก็บของกลับบ้าน ดังนั้นเขาจึงประหลาดใจมากเมื่อเห็นร่างสูงที่ดูคุ้นตา เดินทอดน่องไปตามทางเดินสู่ประตูหน้าของโรงเรียนอย่างช้าๆ ทั้งๆที่ฝ่ายนั้นออกจากห้องไปก่อนหน้าเขาหลายสิบนาที เขาขยับจะร้องเรียก แต่แล้วคำพูดก็หยุดลงที่ริมฝีปากเมื่อเขานึกไม่ออกว่าถ้าเรียกอีกฝ่ายไว้แล้ว เขาจะพูดเรื่องอะไรต่อ
แต่ดูเหมือนคนที่เดินนำหน้าไปนั้นจะมีตาอยู่ข้างหลัง พริบตาต่อมาร่างสูงก็เบือนหน้ามาเห็นเขาเข้า รอยยิ้มจางๆก็ระบายขึ้นบนใบหน้า
"กลับเย็นจังนะครับ ครูปราบ" ครูสอนวิชาแนะแนวเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นก่อนด้วยเสียงนุ่มนวลขณะยืนหยุดรอเขาอยู่กลางทางเดินเสียดื้อๆ ปุณยนันท์ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องเดินเข้าไปหา
ความเงียบงันโรยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่กำลังแย้มยิ้มอ่อนๆอย่างเคย อีกฝ่ายไม่พูดอะไรแต่ออกเดินนำไปช้าๆโดยมีเขาก้าวตามเยื้องไปทางด้านหลัง
...กำแพงแห่งความเงียบกั้นกลางระหว่างพวกเขาทั้งคู่...
"เอ่อ...ครูเคนครับ..." ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายอดรนทนไม่ไหวต้องทำลายความเงียบลงเสียเอง
"ไม่แขวนทังซาคุหรือครับ?" ไม่รู้จะพูดเรื่องอะไร เขาเลยเสไปถามเรื่องที่ทั้งห้องพักครูกำลังให้ความสนใจกันอยู่ เท่าที่เขารู้ พวกครูๆทยอยกันไปแขวนกระดาษคำอธิษฐานแล้วเรียบร้อย เว้นก็แต่... ใครคนหนึ่งที่เอาแต่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ ดูเหมือนจะไม่สนใจเลยสักนิด"
"ตอนแรกก็ว่าจะทำอย่างนั้นเหมือนกันล่ะครับ" คนตอบหัวเราะเบาๆ ยิ่งหันกลับไปเห็นเขาจ้องมอง เอียงคอเล็กน้อยเหมือนจะถามอยู่ในทีว่าแล้วทำไมจึงเปลี่ยนใจ รอยยิ้มจางบนใบหน้ายิ่งขยายกว้าง ดวงตาสีนิลทอประกายวาววับในแสงสลัวยามสนธยา มือเรียวค่อยๆยกขึ้นช้าๆ เอื้อมมือมาหาเขาที่ยืนนิ่งราวกับต้องมนตร์สะกด ปลายนิ้วแตะแผ่วผิวบนผิวแก้มเนียนใส สัมผัสแรกที่รู้สึกคือความเย็นที่แล่นปราดผ่านปลายนิ้วเข้ามา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร้อนจัด วูบวาบไปทั้งตัวราวไข้ขึ้น
"แต่ผมเห็นด้วยกับที่ครูชาพูดน่ะครับ" อีกฝ่ายอธิบายสาเหตุที่ไม่แขวนทังซาคุสั้นๆ ซึ่งไม่ได้ช่วยทำให้เข้าใจอะไรขึ้นมาสักนิด มือเรียวลดลง แล้วร่างสูงก็กลับหลังหันออกเดินต่อไป เหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ปุณยนันท์ยืนตัวแข็ง สลับร้อน สลับหนาวอยู่ตรงนั้น
ลมวูบหนึ่งพัดโชยมา กระดาษแผ่นหนึ่งปลิวจากแฟ้มเอกสารที่ร่างสูงหนีบไว้ข้างตัวมาตามลมก่อนจะค่อยๆร่อนลงมานอนอยู่แทบเท้าเขา เขาย่อตัวลงเก็บกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา ขยับปากจะร้องเรียกเจ้าของ แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับสิ่งที่อยู่บนกระดาษแผ่นนั้น ถ้อยคำต่างๆก็ปลาสนาการไปเสียสิ้น ริมฝีปากบางกระตุก ก่อนจะบิด แล้วเหยียดออกเป็นรอยยิ้มกว้างอย่างที่เจ้าตัวไม่อาจหักห้ามได้อีกต่อไป มือเรียว ขาวจัดบรรจงสอดกระดาษแผ่นนั้นเข้าไปในแฟ้มเอกสารของตนเอง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตามอีกฝ่ายไป...
...คำอธิษฐานนั้น... ไม่อาจทำให้เป็นจริงได้โดยลำพัง...
...แต่คงไม่เกินกำลัง...ของคนสองคน...
THE END
ปล. ทำไมเป็นหมากับแมว?... หมาก็แทนคนคนนั้น... ส่วนแมว... ใครรู้ตัวว่าเป็นแมว... ก็คนนั้นแหละ... กรั๊ก...
Edit: แก้ไขตามที่ผปค.ครูปราบบอกแล้วค่ะ
อ่านแล้วอบอุ่น...เหงา...และเศร้าในเวลาเดียวกัน
อบอุ่น...กับบรรยากาศในห้องพักครูค่ะ เหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งเลยล่ะ ครูชาเหมือนเป็นคุณย่า เป็นศูนย์รวมของหลานๆ ครูอีฟเหมือนน้องเล็กที่โดนพี่ชายขี้แกล้งแซวบ่อยๆ (แล้วครูนัดเป็นใคร? แม่ครัว? กร๊ากกก) เป็นบรรยากาศในฝันของผ.ป.ค.ทีเดียวล่ะค่ะ
เหงาและเศร้า ไปกับเรื่องของเคนปราบค่ะ เพราะอิมแพ็คเขาแรงมาก ทำผ.ป.ค. เครียดตาม เขียนฟิคไม่ออกไปเลย ทั้งๆที่มีพล๊อตอยู่ในหัวมากมาย
สู้ๆนะคะ เคนปราบ เราเชื่อไม่มีอะไรเกินความพยายาม *โบกธง
#1 By renren119 as Shiba Kaien on 2009-07-22 08:56