[IS]0106:Tanabata Wishes (Tag)

posted on 22 Jul 2009 01:12 by irindel  in Imaginary

This entry is a part of Cubicschool Project.

  1. ฟิคนี้เป็นกึ่งๆแท็กจาก  Tanabata Event ของแม่ข้าวฟ่างค่ะ (ที่ว่าเป็นกึ่งๆเพราะเป็นISค่ะ)
  2. เอนทรีนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงในการอ่านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรื่องราวทั้งหมดในฟิคนี้ไม่มีผล กระทบต่อโครงเรื่องหลักในโรงเรียนลูกบาศก์ ไม่ว่าในทางใดๆ และขอความกรุณาอย่านำไปอ้างอิงถึงในเอนทรีอื่นนอกจากเอนทรีที่ระบุว่าเป็น IS อย่างชัดเจนเท่านั้น
  3. สมมติว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ราบรื่นดีไม่ได้ไต่ลวดบนปากเหวตามMSของสองคนนี้นะคะ 

-------------------------------------------

1.

ปุณยนันท์ ศศบดีสะดุ้งสุดตัว แทบจะทำเอาบรรดาแฟ้มเอกสารทั้งหลายที่หอบมาตกกระจายเกลื่อนพื้น เนื่องจากจู่ๆก็โดนใครคนหนึ่งกระโจนมาดักหน้าในระยะประชิด

"ครูปราบขา" เด็กสาวร่างเล็ก มัดผมแกละลากเสียงยาว หวานเจี๊ยบชวนขนลุกอย่างไรชอบกล ครูหนุ่มกระพริบตาปริบก่อนจะตอบรับสั้นๆ แม้จะยังไม่ค่อยไว้ใจดวงตาที่ส่องประกายอย่างมีเลศนัยคู่นั้นสักเท่าไรนัก

"มีอะไรหรือครับ อวัสดา?"

สาวน้อยส่งยิ้มหวานให้อีกทีก่อนจะกระโดดเข้าเกาะแขนเขาหมับ ครูหนุ่มได้แต่อ้าปากค้างอย่างตกใจ แต่ยังไม่ทันจะได้ส่งเสียงค้านการกระทำที่ดูออกจะไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไรนักของนักเรียนตัวน้อย เขาก็โดนลากเข้าไปในห้องเรียนทางด้านหลังเสียก่อน เขากำลังขยับปากจะถามนักเรียนว่าลากเขามาทำไม แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้คำถามของเขาชะงักค้างอยู่ในลำคอ ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ในห้องเรียนนั้น

 

มันคือต้นไผ่... ไม่สิ เรียกว่ากิ่งไผ่น่าจะถูกกว่าปักอยู่ในกระถางดินเผาที่ใครคนหนึ่งคงไปเอามาจากเรือนกระจก บนกิ่งไผ่นั้นมีโซ่กระดาษสีต่างๆห้อยอยู่พราวไปหมดพอๆกับกระดาษเขียนคำอธิษฐานทังซาคุที่ปลิวล้อลมอยู่ไหวๆ

 

"สวยมั้ยคะ ครู ข้าวฟ่างอุตส่าห์ไปหากิ่งไผ่มาจากบ้านเชียวนะคะ พวกหนูเขียนทังซาคุกันเกือบทุกคนแล้ว ครูปราบสนใจจะเขียนด้วยมั้ยคะ?" สาวน้อยคนที่ลากเขามาอธิบายเสียงเจื้อยแจ้วก่อนจะตบท้ายด้วยคำเชิญชวน...พร้อมกับกระดาษทังซาคุที่มายื่นส่งให้ถึงมือ แถมด้วยการแผ่รังสีกดดันอย่างเบาะๆจากดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ส่องประกายคาดหวังแรงกล้า และรอยยิ้มออดอ้อนที่ปิดทางปฏิเสธของครูหนุ่มอย่างสิ้นเชิง

"มาเล่นด้วยกันนะคะครู จะได้มีทังซาคุเยอะๆให้คุ้มกับที่ข้าวฟ่างอุตส่าห์แบกไผ่มาจากบ้านทั้งทีนะคะ"

"ด่ะ...ได้ครับ" ปุณยนันท์ ซึ่งขณะนี้กำลังเริ่มมีเหงื่อซึมตามหน้าผากและฝ่ามือ ไม่อาจทนทานต่อแรงกดดันอันเจิดจ้าของเด็กสาวตรงหน้าได้จำต้องตอบรับอย่างไม่มีทางเลือก

"งั้นเดี๋ยวเย็นนี้หนูแวะไปเอาทังซาคุของครูมาแขวนให้นะคะ..." เด็กสาวปรบมืออย่างดีใจก่อนจะหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มประหลาดจุดขึ้นที่มุมปากชวนให้ครูหนุ่มที่มองอยู่รู้สึกขนลุกไปทั้งตัวอย่างไม่ทราบ

 

"แต่ถ้าครูไม่อยากให้ใครเห็นคำอธิษฐานของครู จะแอบเอามาแขวนหลังเลิกเรียนก็ได้นะคะ หนูไม่ขัดข้องค่ะ!"

---------------------------------------

2.

"ครูปราบก็ได้มาเหมือนกันหรือครับนี่?" บรรณารักษ์หนุ่มทักเป็นคนแรกเมื่อเห็นครูหนุ่มประจำวิชาภาษาญี่ปุ่นนั่งจ้องกระดาษแผ่นเล็กบนโต๊ะตรงหน้าด้วยท่าทางครุ่นคิดอย่างหนักเหมือนกำลังจะตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ดวงตาสีนิลเหลือบขึ้นมามองคนทักที่มายืนค้ำหัวอยู่ด้านหลังอย่างไม่ค่อยจะเกรงใจกัน แถมยังถือจานขนมไว้ในมืออีกต่างหาก

"ครับ" ปุณยนันท์ตอบสั้นๆก่อนจะส่งสายตาบอกให้อีกฝ่ายถอยออกไปก่อนที่ขนมบนจานในมือจะบังเอิญร่วงลงมาใส่ศีรษะเขาเข้าให้ บรรณารักษ์หนุ่มหัวเหะๆเมื่อเข้าใจความนัยในสายตา ยอมถอยออกไปก้าวหนึ่งแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่วายใช้ส้อมจิ้มขนมสีน้ำตาลก้อนสี่เหลี่ยมเล็กๆส่งให้อย่างมีน้ำใจ

"บราวนี่ครับ ครูนัดทำมา"

"ขอบคุณครับ" เขารับมาถือไว้ในมือ "หมายความว่าทุกคนก็ได้กระดาษทังซาคุจากเด็กม.สี่หรือครับ?" เขาวกกลับมาถามเรื่องที่เขาสงสัยอยู่เมื่อครู่ บรรณารักษ์หนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะส่งขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

"ได้รับกันโดยถ้วนหน้าแหละครับ" ครูหนุ่มร่างสูงชะลูดผู้สอนวิชาภาษาไทยส่งเสียงตอบอย่างร่าเริงมาจากกลางวงขนมกลางห้อง

"อีฟยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะขออะไรดี" ครูสาวร่างเล็กสอนภาษาอังกฤษโอดครวญขึ้นบ้างตามด้วยการจิ้มขนมเข้าปากเพื่อปลอบใจตนเอง

"ขอให้ตัวสูงกว่านี้อีกดีมั้ย" เสียงใครคนหนึ่งแซวขึ้นมาทำให้ครูสาวเจ้าของความสูงเกิน150เซนติเมตรมาฉิวเฉียดหน้าง้ำลงทันที เธอส่งค้อนขวับไปทางต้นเสียง ซึ่งคาดว่าถ้าไม่ใช่ครูภาษาไทยตัวสูงโย่งก็คงเป็นครูสอนฟิสิกส์ผมทองที่ยืนเคี้ยวขนมอยู่ใกล้ๆ

"งั้นคนพูดก็แบ่งความสูงมาให้หน่อยสิคะ"

"ครูอีฟคร้าบบบบ... คนนะครับ ไม่ใช่บราวนี่ จะได้มาตัดแบ่งกันง่ายๆ" คนแซวประท้วงก่อให้เกิดเสียงหัวเราะไปทั้งห้อง

 

ปุณยนันท์นั่งมองความครึกครื้นของห้องพักครูอย่างเงียบๆ เขาเคยคิดอยู่เหมือนกันว่าเมื่อครูรุ่นสองเข้ามา ความเอะอะมะเทิ่งเกินปกติวิสัยห้องพักครูทั่วไปคงจะลดลงบ้าง เพราะมีครูผู้ใหญ่มาอยู่ด้วยถึงสองท่าน แต่กลับกลายเป็นว่าท่านหนึ่งก็ไปอยู่ตามโรงยิม สระว่ายน้ำ และที่อื่นๆมากกว่าอยู่ในห้องพักครู ส่วนครูอีกคนหนึ่งที่มีอาวุโสสูงสุดก็กลับมองความโกลาหลวุ่นวายในห้องพักครูด้วยสายตาขำขันปนอ่อนใจ ไม่ใช่ความหงุดหงิดรำคาญอย่างที่จอมเอะอะทั้งหลายหวั่นไปล่วงหน้า ห้องพักครูของโรงเรียนลูกบาศก์จึงยังคงครึกครื้นต่อไปตามเดิม

 

"แล้วครูชาล่ะครับ จะขออะไร?" คำถามของใครคนหนึ่งเปรียบเสมือนระเบิดที่ถูกหย่อนตูมลงมา ห้องทั้งห้องเงียบสนิทเหมือนมีใครไปปิดสวิทช์เสียงไว้

"นั่นสินะ" ครูสาวอาวุโสสุดในห้องเอ่ยเสียงเนิบช้า ทิ้งให้ความเงียบเข้าครอบคลุมทั่วทั้งห้องพักครูอยู่หลายวินาทีก่อนจะตอบช้าๆราวกับกำลังเรียบเรียงคำพูดอยู่

 

"ก็คงจะขอ...ในสิ่งที่..เกินกว่าที่กำลังของตัวเองจะทำให้สำเร็จได้....ล่ะมังจ๊ะ" คนตอบตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ 

 

ทั่วทั้งห้องเงียบกริบ สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องที่ใบหน้าของคนพูด แต่ก็ได้แต่เห็นเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับอยู่บนริมฝีปากก่อนที่เจ้าตัวจะก้มหน้าลงต่ำ ขยับปากกาในมือเขียนอะไรลงไปในกระดาษแผ่นเล็กแผ่นนั้น...

ปุณยนันท์หันกลับมามองแผ่นกระดาษของตนเอง...

 

...สิ่งที่เกินกว่ากำลังของตัวเองจะทำให้สำเร็จได้อย่างนั้นงั้นหรือ?...

 

ก่อนที่เขาจะห้ามตัวเองได้ทัน สายตาก็เหลือบไปทางโต๊ะของคนคนนั้นเสียแล้ว... ร่างสูงกำลังนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาจับจ้องอยู่ที่กระดาษแผ่นเล็กในมือ

 

...คนคนนั้นจะเขียนอะไรลงไปในทังซาคุนะ...

 

ดวงตาสีดำสนิทไหววูบอย่างตกใจเมื่อตระหนักว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่

 

...นี่เขาเป็นอะไรไป... ทำไมถึงอยากรู้เรื่องของคนคนนั้นมากถึงขนาดนี้....

 

...แต่ก่อน... ไม่ว่าใครจะทำอะไร... เขาก็ไม่เคยสนใจนี่นา...

ในวินาทีที่ปุณยนันท์กำลังนั่งอึ้งกับความจริงที่ตนเองเพิ่งตระหนักอยู่นั่นเอง นัยน์ตาสีนิลคมกริบคู่นั้นก็เหลือบขึ้นจากแผ่นกระดาษในมือขึ้นมาสบตาเขาอย่างจังๆ ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก รีบหันกลับมาที่โต๊ะตัวเองโดยอัตโนมัติ ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนเด็กโดนจับได้ว่าทำผิด อุปาทานเหมือนได้ยินเสียงฝ่ายนั้นหัวเราะเบาๆในลำคอ

 

นานช้า... กว่าที่ครูหนุ่มจะหยิบปากกาดำขึ้นมา แล้วค่อยๆจรดปลายลงไปบนกระดาษแผ่นเล็ก...

 

...นี่คือ... คำอธิษฐานของเขา...

---------------------------------------------

3.

"หือม์มมมม...นายน์ ทังซาคุใบนี้มาแขวนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ?" ข้าวฟ่างเอ่ยถามเพื่อนสาวตัวเล็กที่ทำหน้าที่เหมือนประชาสัมพันธ์ทานาบาตะไปแล้ว มือเรียวจับกระดาษแผ่นเล็กพลิกกลับหน้ากลับหลังไปมา แต่ก็ไม่มีข้อความคำอธิษฐาน มีเพียงรูปวาดด้วยลายเส้นคร่าวๆอยู่สุดปลายกระดาษด้านหนึ่งเท่านั้น

"สงสัยมีคนแอบเอามาแขวนไว้ตอนกลางวัน ไม่รุ่นพี่ก็คงพวกครูๆ" นายน์ชะโงกหน้ามาดูทังซาคุปริศนาแล้วสันนิษฐาน "ท่าทางจะขี้อายขนาดหนักนะเนี่ย คำอธิษฐานก็ไม่เขียน มีแต่รูป แล้วอย่างนี้พรจะสมปรารถนามั้ยเนี่ย" นายน์พูดติดตลกพลางหัวเราะ ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่สนใจอีก ข้าวฟ่างมองรูปวาดในทังซาคุนิ่ง...นาน... ก่อนรอยยิ้มจะจุดขึ้นที่มุมปาก

 

...มีเพียงรูปวาด... ไร้ซึ่งถ้อยคำอธิษฐาน...

 

...แต่เธอคิดว่าเธอเข้าใจคำอธิษฐานนั้นดี...

 

...ขอให้ใครสักคน...

 

...ขอให้คนคนนั้น...

 

...ขอให้เจ้านั่น...

 

...มีความสุข... สินะ?

 

THE END

-----------------------------

สรุป

  1. วันทานาบาตะ ครูปราบโดนนายน์ลากเข้าห้องไปยื่นทังซาคุให้และบังคับเขียนแบบอ้อมๆ
  2. ครูปราบกลับมาที่ห้องพักครู พบว่าครูทุกคนได้ทังซาคุกันโดยถ้วนหน้า แน่นอนว่าใครคนนั้นก็ด้วย
  3. มีคนถามว่าครูชาจะอธิษฐานขออะไร คำตอบของครูชา...มีผลต่อคนฟัง...อยู่สักหน่อย...
  4. ตัดฉากมาที่ข้าวฟ่างเจอทังซาคุปริศนาแขวนอยู่ ไม่มีคำอธิษฐาน มีแต่รูปวาด
  5. เป็นรูปลูกหมากำลังยิ้ม? (กรุณาพยายามจินตนาการว่ามันเป็นลูกหมาหน่อยนะ)
  6. แล้วใครเป็นเจ้าของทังซาคุปริศนานั่นล่ะ? (เดาไม่ออกเลยเนอะ?)

-------------------------------

หมายเหตุ

  1. จริงๆแล้วซีรี่ย์นี้เขียนเสร็จไว้นานแล้ว ตั้งแต่แม่ข้าวฟ่างแปะแท็ก ก่อนซีรี่ย์ระเบิดนิวเคลียร์ของผปค.ครูเคน ตั้งใจมั่นว่าจะอัพขึ้นให้ได้ก่อนระเบิดลูกใหญ่จะลง...แต่ว่า...
  2. มันติดที่รูปวาดซึ่งเป็นใจความสำคัญของเอนทรีนี้ ผปค.ลองวาดดูแล้ว ผลคือ... ลูกหมากลายเป็นหมาจิ้งจอก โอ้ว โน้วววววว เลยต้องไปรบกวนผปค.น้ำตาลให้ช่วยวาดรูปประกอบให้ กว่าจะได้มา ก็พอดีต้องไปทำหน้าที่ชวนป๋วยปี่แป่ก่อตราลูกกตัญญูอีก พอดีระเบิดครูเคนลง... ผปค.สิ้นชีพไปหลายวันกว่าจะลากสังขารมาอัพได้ ฮือออออ...
  3. ดังนั้นเอนทรีนี้เลยกลายเป็นออกมาตัดอารมณ์เสียอย่างนั้น... ขอโทษนะคะ... อิชั้นไม่ได้ตั้งใจ แต่เขียนไว้เสร็จแล้วจะไม่เอาลงมันก็... เสียดายง่ะ... แต่ยังไงก็เป็นIS นะคะ พ่อแม่พี่น้อง อย่าลืมๆ ฮืออออ...
  4. ขอขอบคุณผปค.น้ำตาลมากค่ะที่วาดรูปให้ตามรีเควส ไม่มีรูป เอนทรีนี้ไม่ได้เกิดนะนี่
  5. ทราบว่าทุกคนงานเข้า กำลังหัวปั่น หัวฟู แต่ถ้าใครว่างจัดๆ นั่งรอแฟนช้อป มิดเยียร์ เซลล์ อยู่สี่ชั่วโมง จะแวะมาเช็คคาแรคเตอร์ลูกหลานด้วยก็จะเป็นพระคุณยิ่งนัก
  6. พยายามๆฟิวชั่นครูเก่าครูใหม่เข้าด้วยกัน และพยายามลากครูไปหานักเรียนรุ่นสองด้วย ถึงจะไม่มีผลอะไรเพราะเป็น IS แต่ก็ถือว่าได้ลองของ ฝึกฝีมือล่ะนะ
  7. ความนัยของทังซาคุปริศนาคือ... ในภาษาญี่ปุ่น ken แปลว่า ลูกหมาค่ะ (ใช่มั้ยคะ? อิชั้นก็ไม่ทราบ ไปสอยมาจากบล็อกท่านอากิ.... ผิดนี่นอกจากหน้าแตกแล้วต้องลบฟิคทิ้งเลยนะนี่ โฮะๆๆๆๆ)
  8. แล้วพบกันเมื่อผปค.หายช้ำใจค่ะ ฮืออออออ....

----------------------------------

บทส่งท้าย

เย็นมากแล้วเมื่อปุณยนันท์ ศศบดีเก็บของกลับบ้าน ดังนั้นเขาจึงประหลาดใจมากเมื่อเห็นร่างสูงที่ดูคุ้นตา เดินทอดน่องไปตามทางเดินสู่ประตูหน้าของโรงเรียนอย่างช้าๆ ทั้งๆที่ฝ่ายนั้นออกจากห้องไปก่อนหน้าเขาหลายสิบนาที เขาขยับจะร้องเรียก แต่แล้วคำพูดก็หยุดลงที่ริมฝีปากเมื่อเขานึกไม่ออกว่าถ้าเรียกอีกฝ่ายไว้แล้ว เขาจะพูดเรื่องอะไรต่อ

แต่ดูเหมือนคนที่เดินนำหน้าไปนั้นจะมีตาอยู่ข้างหลัง พริบตาต่อมาร่างสูงก็เบือนหน้ามาเห็นเขาเข้า รอยยิ้มจางๆก็ระบายขึ้นบนใบหน้า

"กลับเย็นจังนะครับ ครูปราบ" ครูสอนวิชาแนะแนวเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นก่อนด้วยเสียงนุ่มนวลขณะยืนหยุดรอเขาอยู่กลางทางเดินเสียดื้อๆ ปุณยนันท์ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องเดินเข้าไปหา

ความเงียบงันโรยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่กำลังแย้มยิ้มอ่อนๆอย่างเคย อีกฝ่ายไม่พูดอะไรแต่ออกเดินนำไปช้าๆโดยมีเขาก้าวตามเยื้องไปทางด้านหลัง

 

...กำแพงแห่งความเงียบกั้นกลางระหว่างพวกเขาทั้งคู่...

 

"เอ่อ...ครูเคนครับ..." ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายอดรนทนไม่ไหวต้องทำลายความเงียบลงเสียเอง

"ไม่แขวนทังซาคุหรือครับ?" ไม่รู้จะพูดเรื่องอะไร เขาเลยเสไปถามเรื่องที่ทั้งห้องพักครูกำลังให้ความสนใจกันอยู่ เท่าที่เขารู้ พวกครูๆทยอยกันไปแขวนกระดาษคำอธิษฐานแล้วเรียบร้อย เว้นก็แต่... ใครคนหนึ่งที่เอาแต่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ ดูเหมือนจะไม่สนใจเลยสักนิด"

 

"ตอนแรกก็ว่าจะทำอย่างนั้นเหมือนกันล่ะครับ" คนตอบหัวเราะเบาๆ ยิ่งหันกลับไปเห็นเขาจ้องมอง เอียงคอเล็กน้อยเหมือนจะถามอยู่ในทีว่าแล้วทำไมจึงเปลี่ยนใจ รอยยิ้มจางบนใบหน้ายิ่งขยายกว้าง ดวงตาสีนิลทอประกายวาววับในแสงสลัวยามสนธยา มือเรียวค่อยๆยกขึ้นช้าๆ เอื้อมมือมาหาเขาที่ยืนนิ่งราวกับต้องมนตร์สะกด ปลายนิ้วแตะแผ่วผิวบนผิวแก้มเนียนใส สัมผัสแรกที่รู้สึกคือความเย็นที่แล่นปราดผ่านปลายนิ้วเข้ามา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร้อนจัด วูบวาบไปทั้งตัวราวไข้ขึ้น

 

"แต่ผมเห็นด้วยกับที่ครูชาพูดน่ะครับ" อีกฝ่ายอธิบายสาเหตุที่ไม่แขวนทังซาคุสั้นๆ ซึ่งไม่ได้ช่วยทำให้เข้าใจอะไรขึ้นมาสักนิด มือเรียวลดลง แล้วร่างสูงก็กลับหลังหันออกเดินต่อไป เหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ปุณยนันท์ยืนตัวแข็ง สลับร้อน สลับหนาวอยู่ตรงนั้น

 

ลมวูบหนึ่งพัดโชยมา กระดาษแผ่นหนึ่งปลิวจากแฟ้มเอกสารที่ร่างสูงหนีบไว้ข้างตัวมาตามลมก่อนจะค่อยๆร่อนลงมานอนอยู่แทบเท้าเขา เขาย่อตัวลงเก็บกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา ขยับปากจะร้องเรียกเจ้าของ แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับสิ่งที่อยู่บนกระดาษแผ่นนั้น ถ้อยคำต่างๆก็ปลาสนาการไปเสียสิ้น ริมฝีปากบางกระตุก ก่อนจะบิด แล้วเหยียดออกเป็นรอยยิ้มกว้างอย่างที่เจ้าตัวไม่อาจหักห้ามได้อีกต่อไป มือเรียว ขาวจัดบรรจงสอดกระดาษแผ่นนั้นเข้าไปในแฟ้มเอกสารของตนเอง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตามอีกฝ่ายไป...

 

...คำอธิษฐานนั้น... ไม่อาจทำให้เป็นจริงได้โดยลำพัง...

 

...แต่คงไม่เกินกำลัง...ของคนสองคน...

 

THE END

 

ปล. ทำไมเป็นหมากับแมว?... หมาก็แทนคนคนนั้น... ส่วนแมว... ใครรู้ตัวว่าเป็นแมว... ก็คนนั้นแหละ... กรั๊ก...

 

Edit: แก้ไขตามที่ผปค.ครูปราบบอกแล้วค่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มิ้ว....

อ่านแล้วอบอุ่น...เหงา...และเศร้าในเวลาเดียวกัน

อบอุ่น...กับบรรยากาศในห้องพักครูค่ะ เหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งเลยล่ะ ครูชาเหมือนเป็นคุณย่า เป็นศูนย์รวมของหลานๆ ครูอีฟเหมือนน้องเล็กที่โดนพี่ชายขี้แกล้งแซวบ่อยๆ (แล้วครูนัดเป็นใคร? แม่ครัว? กร๊ากกก) เป็นบรรยากาศในฝันของผ.ป.ค.ทีเดียวล่ะค่ะ

เหงาและเศร้า ไปกับเรื่องของเคนปราบค่ะ เพราะอิมแพ็คเขาแรงมาก ทำผ.ป.ค. เครียดตาม เขียนฟิคไม่ออกไปเลย ทั้งๆที่มีพล๊อตอยู่ในหัวมากมาย

สู้ๆนะคะ เคนปราบ เราเชื่อไม่มีอะไรเกินความพยายาม *โบกธง confused smile

#1 By renren119 as Shiba Kaien on 2009-07-22 08:56

อ๊ะ, ทำแม่ยกช้ำใจแฮะ open-mounthed smile
(me//โดนโบกร่วง!)

จริงๆแล้วต้องขอบคุณผปค.ครูเอมมากๆเลยครับ สำหรับฟิคนี้ น่ารักมากๆเลย เยียวยาหัวใจคนหย่อนระเบิดอย่างผมได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

(อ๊ะๆ ถึงผมจะหย่อนเอง แต่ผลข้างเคียงก็มีนะครับ)

รูปลูกหมาก็น่ารักมากๆเลยล่ะ น้องแมวก็น่ารักไม่เเพ้กัน ขอบคุณผปค.น้ำตาลด้วยเช่นกันครับ

(แต่ถ้าเป็นชีวิตจริง ลูกหมาตัวนั้นต้องเปลี่ยนเป็นชิวาว่าสินะ?-ฮา)

นี่แอบที่ทำงานมาอ่าน แล้วยังต้องเจอคนไข้ในอีกไม่กี่นาทีนี้ ดังนั้นคงเมนท์ยาวมากไม่ได้ ขออภัยด้วยครับ

แล้วก็...ผมยังรอ 0106 จากครูเอมอยู่เรื่อยๆนะครับ!

#2 By aki on 2009-07-22 12:18

อบอุ่นจังค่ะ อ่านแล้วยิ้มมมม ไม่ถึงกับปากฉีกถึงหู แต่รู้สึกอบอุ่นในใจมากๆเลยค่ะ มันเหมือนในใจมันสว่างวูบ แล้วก็อุ่นอยู่อย่างนั้น ยิ่งเห็นรูปในทังซาคุของครูเคนแล้ว ปลื้มแทนจริงๆนะคะ >w< อิจฉาเจ้าเหมียว อยากหาที่ซุกๆแบบนั้นบ้าง ท่าทางคงจะอุ่นแน่ๆเลย

แอบขำตอนปราบเผชิญหน้ากับข้าวฟ่าง น่าจะเป็นอารมณ์นั้นจริงๆนั่นแหละค่ะ คิดว่าไม่น่าจะหลุดคาแรคเตอร์นะคะ

ที่รู้สึกว่าอ่านแล้วตะหงิดๆ คงตรงที่ "อยากรู้เหลือเกิน"น่ะค่ะ มีความรู้สึกว่า ปราบน่าจะแค่สงสัยว่า ครูเคนจะเขียนอะไรน้า..แล้วก็พอรู้สึกตัวก็คงตกใจน่ะค่ะ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว


ฉากในห้องพักครู ขำตรงที่บอกว่ายิ่งครื้นเครงหนักเข้าไปอีก ลองคิดดูแล้วก็น่าจะจริงนะคะเนี่ย...(แต่ถ้าเป็นแบบนั้นปราบคงแอบมีทำตัวไม่ถูกแน่ๆเลย)

ชอบคำพูดของครูชาด้วยล่ะค่ะ ช่างเป็นคำพูดสมกับเป็นคำพูดของผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะจริงๆเลยค่ะ

ส่วนหมายเหตุ "เคน" แปลว่าหมาก็ได้ค่ะ (ไม่ใช่ลูกหมาค่ะ หมาน้อยตัวโตๆนี่แหละ)
ไม่เคยคิดในแง่นี้มาก่อนเลยนะเนี่ย สงสัยเป็นเพราะรู้สึกว่าคนที่จะเรียก(หรือเปรียบเทียบ)เคนว่าลูกหมา คงมีแต่พี่คิโยล่ะมั้ง?

ต้องขอบคุณผปค.ครูเอมมากๆเลยค่ะที่เขียนให้อ่าน อย่างที่อากิว่า คนโยนระเบิดเองก็โดนสะเก็ดกันเป็นแถวเหมือนกัน
ฟิคอบอุ่นแบบนี้ อยากอ่านอีกเยอะๆเลยค่ะ >w<

#3 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2009-07-22 20:54

กรี๊ดกร๊าด ขนาดหมาแมวยังมีโอบ มีกอด มีพลอดรัก
อ่านแล้วแอบอมยิ้ม จินตนาการเป็นร่างคนกำลังซุกซบกันแล้วมัน..อร๊ายยย
แอบมีกลิ่นเหงาๆ เศร้าๆ เล็กน้อย
แต่ก็แอบขำตรงคนแซวครูอีฟ

ผปค. น้ำตาลวาดรูปน่ารักเหมือนเดิมเลย

"แรงกดดันอันเจิดจ้า"
ชอบคำนี้จัง
บรรยายได้สมกับเป็นนายน์มากเลยค่ะ
ต่อไปจะกดดันใครดีนะ หึหึ..

#4 By ๐Nine๐ on 2009-07-23 02:45

อ๋อ มันออกมาแบบนี้นี่เอง ก็ยังคิดอยู่ว่าจะเอารูปลูกหมาไปทำทังซาคุยังไง...

เป็นคู่ที่น่ารักเชียวค่ะ ครูปราบ*ครูเคน555+

ปล1. อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้เดินตามเข้าไปในห้องพักครูด้วยจริงๆ ถ้าห้องพักครูมีบรรยากาศแบบนี้ จะให้ลูกสาวเข้าไปเยี่ยมเยียนบ้างนะคะ confused smile

ปล2. ชอบพลังกดดันของคู่หูทวินเทล์ทรงพลังจริงๆ คริๆ

#5 By น้ำตาล on 2009-07-23 09:01

แอร๊ยยย หวานและอบอุ่นมากเลยค่ะ
(ในความรู้สึก ตัด MS ของจริงออกไปชั่วขณะ)

ยิ่งอ่านยิ่งชอบ
ชอบบรรยากาศในห้องพักครูมากๆเลยด้วยค่ะopen-mounthed smile

#6 By A-Rooj on 2009-07-23 13:28

อร๊ากกกก
น่ารักมาก ช่วยปัดเป่าบรรยากาศอึมครึม
ไปได้โขเชียวค่ะ

เลื่อนลงมาเจอรูปน้องหมากอดน้องแมวแล้ว
อิ๊อ๊างมากกกก
น่ารักจิงๆๆๆ

#7 By mutsuki on 2009-07-23 22:09

แอร๊ยยยยยยยย

น่ารักอ่ะๆๆๆๆ(ลืม เอมเอสไปซะ)

โฮ่ๆๆๆๆopen-mounthed smile

หมา กะ แมว เข้าใจคิดเนอะ

#8 By White on 2009-07-28 00:55

ต้องเป็นชิวาว่าสิครับ!
/โดนเม้นต์ 2 โบกร่วง

ห่างหาย 0106 อารมณ์นี้ไปนานมากกกกกกกกกก กลับมาอ่านอีกทีแล้ว อา...คิดถึง TwT

บรรยากาศช่างอบอุ่นอย่างน่าอิจฉา(ฮา) อยากหลอกตัวเองว่ามันไม่ใช่ IS จริงหนอ

ขำแลชอบคำพูดครูชาอย่างแรง เหมือนผู้ใหญ่กระทุ้งเด็กซนๆแบบเนียนๆopen-mounthed smile

อื้มมม มันน่าจินตนาการภาพในทานาบาตะ ให้เป็นสองหนุ่มแอบอิงกันอยู่จริงเลยน้า... หวานกันน่าดู เอร๊ยย

ปอลอ. 1 เดือนผ่านไป เม้นต์เพิ่งโผล่ ขออภัยในความล่าช้าครับ m(_ _)m
...แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเม้นต์เอนทรี่เก่าๆได้ไม่ครบอยู่ดี...'''oTL

#9 By -((666 Error))- on 2009-08-12 21:04