[HB]Event::First Time

posted on 30 May 2014 00:53 by irindel in Hummingbird directory Fiction
This entry is a part of Hummingbird Coffee Shop Project.
 
------------------------------------------------
 
0.

 
"พี่ให้ได้แค่ 9000 นะ"
 

 
 
"ถ้าคุณพี่เพิ่มให้ผมอีกสามพัน ผมแถมบริการให้แบบครบวงจรเลยครับ"
 

 
 
"มากไป พี่จ่ายไม่ไหวหรอกค่ะ อย่างมากสุดก็เพิ่มได้อีกแค่พันเดียว"
 


 
"โถ คุณพี่ครับ เพิ่มอีกแค่สองพัน..."
 

 
 
"ไม่ได้ พันห้าขาดตัว ห้ามต่อรอง"

 
 
นี่คือการต่อรองครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของกล้ารบ เปลวเงิน หนุ่มสุดหล่อ มาดแมน กระชากใจสาว แต่ดวงชะตาอาภัพชนิดที่ว่าไม่ใช่แค่พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก แต่ยังโดนพระพุธเสยคาง พระอังคารกระทืบซ้ำ จะเรียกว่ารุมกันทั้งระบบสุริยะเลยก็ยังได้

 
 
ที่ว่าเป็นการต่อรองที่สำคัญที่สุดในชีวิตก็เพราะว่า...

 
 
นี่คือการต่อรองค่าตัวของเขาเอง!!!

 
 
เพื่อเงิน... กล้ารบคนนี้พร้อมแล้วที่จะพลีกายถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก...

 
 
"คุณพี่ครับ ถ้าเพิ่มให้อีกสามพัน ผมจะทำให้คุณพี่ทุกอย่าง ทั้งตัวและหัวใจผมยกให้คุณพี่หมดเลยครับ!!!"
 
 
-------------------------------------------------------
 
1.
 
 
 
...นี่คือสถาน แห่งบ้านทรายทอง ที่ฉันปองมาสู่...
 
 
ทันทีที่เห็นบ้านสองชั้นสีขาวกลางดงดอกไม้บานสะพรั่งท้าแสงแดดตรงหน้า เพลงเก่าที่ยายเคยร้องให้ฟังก็ลอยเข้ามาในหัวทั้งที่อาคารตรงหน้าไม่มีอะไรใกล้เคียงกับคฤหาสน์หลังใหญ่ยักษ์ และหนุ่มสูงชะลูดเฉียด190 ไม่ได้ถักเปีย หิ้วกระเป๋าติดมือมาอย่างเขาก็ไม่มีอะไรเหมือนพจมาน สว่างวงศ์ที่ตรงไหน
 
 
 
ไฟปิดมืดชวนให้กล้ารบใจเสียไปไม่น้อยว่าเจ้าของร้านอาจจะไม่อยู่ แต่พอเขาผลักประตูเข้าไปในร้านก็เจอหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องทางข้างหลังร้านพอดี กล้ารบรีบยกมือไหว้โดยอัตโนมัติ
 
 
 
"สวัสดีครับจะ... เจ้าของร้านใช่มั้ยครับ?"
 
 
 
...หวิดไปแล้วกรู... เกือบเผลอเรียกเจ๊แบบที่ทำงานเก่าแล้วมั้ยล่ะ... ดีนะที่กลับลำทัน ไม่งั้นนะไอ้กล้าเอ๊ยยย...
 
 
 
...แต่จะว่าไป... ผู้หญิงตรงหน้าเขาก็เหมาะกับคำนั้นอยู่ไม่น้อยหรอก จากสายตาของผู้ช่ำชองด้านกะอายุสาวๆ เจ๊แกน่าจะประมาณยี่สิบปลายถึงสามสิบต้นๆ แต่งตัวดี แต่ไอ้แว่นตากรอบหนาๆนั่นทำเอาเขานึกถึงคุณป้าบรรณารักษ์สมัยมัธยมปลายขึ้นมาจับใจ หวังว่าเจ๊แกคงไม่เฮี้ยบเหมือนกันนะ...
 
 
"ใช่ค่ะ มีธุระอะไรคะ?" เขาเห็นสายตาหลังแว่นตาคู่นั้นมองสำรวจเขาอย่างละเอียดคล้ายกับกำลังชั่งใจว่าจะไว้ใจเขาได้หรือเปล่า เขารู้ว่าผมกระเซิงย้อมสีน้ำตาลทองกับไอ้ตุ้มหูห่วงๆที่เขาลืมถอดตามที่ยายกำชับเสียหูชามาก่อนเขาออกจากห้องนั่นคงทำให้เขาดูเหมือนจิ๊กโก๋จะมาปล้นร้านมากกว่ามาสมัครงาน
 

 
...มาปล้นตัวกับหัวใจคุณพี่มั้งครับ... กล้ารบนึกในใจ
 
 

 
"มาสมัครงานครับ" กล้าเลือกที่จะตอบอย่างเรียบร้อยตามที่ยายอบรมมา เขาโชว์แผ่นกระดาษใบน้อยที่เขาเด็ดมาจากเสาไฟฟ้าแถวปากซอยให้ดู ไม่แน่ใจว่าเห็นอีกฝ่ายแอบลอบระบายลมหายใจด้วยความโล่งอกหรือเปล่า เขาส่งเอกสารประกอบการสมัครงานที่ยับย่นเพราะโดนใช้ต่างพัดให้ หญิงสาวรับมาเปิดอ่าน กวาดสายตาขึ้นลงคร่าวๆก็เริ่มยิงคำถามโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเขา
 

 
"มาสมัครตำแหน่งอะไรคะ?"
 
 
 

 
"พนักงานเสิร์ฟฟูลไทม์ครับ" กล้ารบรีบตอบ
 
 

 
 
...เพี้ยงงงงงงง อย่าเพิ่งเต็มนะเฟร้ยยยยย... ขี้เกียจเดินหาต่อ รองเท้าสึกหมดแล้ว...
 
 

 
"ในนี้บอกว่าเคยทำงานอยู่ในร้านอาหารมาสองปี... เป็นพนักงานเสิร์ฟพาร์ทไทม์เหรอคะ?"
 
 

 
บร๊ะ... ถามต่อแบบนี้แปลว่าพอมีหวัง แก๊งงงง... ระฆังยกแรกเริ่มแล้วครับ มาเลยครับ ยิงคำถามมาเลย จะสัดส่วน น้ำหนัก ส่วนสูง รอบเอว ถามมาเลยครับ กล้ารบคนนี้พร้อมแล้ว!!!
 
 

 
"ก็ ทำนองนั้นครับ... คือยายผมเคยเปิดร้านข้าวแกงน่ะครับ ตอนเช้าก่อนไปเรียนกับหลังเลิกเรียนผมเลยช่วยยายทำทุกอย่างตั้งแต่จดรายการ อาหารยันล้างจานเลยครับ" กล้ารบรีบอธิบายเพิ่มเติมหลังจากเห็นเธอจ้องหน้าเขาอย่างสงสัย
 
 
 
 
"แล้ว..." ว่าที่เจ้านายของเขาพลิกดูใบประวัติของเขาไปมา
 
 
 
 
"จบมอหกแล้ว ไม่คิดจะเรียนต่อหรือคะ?"
 
 
 
 
"ไม่ครับ" กล้ารบตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
 
 
 
 
"อ้าว ทำไมล่ะคะ?"
 
 
 
 
 
"ขาดแคลนทุนทรัพย์ครับผม" เขายืมศัพท์สวยหรูมาจากชื่อทุนที่โรงเรียนเขาเคยเปิดให้สมัคร แต่เนื่องจากทุนที่ว่านั้นมีคุณสมบัติพ่วงมาอีกข้อคือ "เรียนดี" กล้ารบที่คะแนนเข้าข่ายร่อแร่มาตลอดจึงหมดสิทธิ์ไปโดยปริยาย
 
 
 

 
"อ้อ..." หญิงสาวลากเสียงยาวเหมือนไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เธอก้มหน้าลงอ่านข้อความที่เรียงรายอยู่ในกระดาษยับๆแผ่นนั้นอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะยิงคำถามที่เปรียบเสมือนหมัดน็อคเด็กหนุ่มจนล้มหน้าคว่ำนับสิบไม่ฟื้น
 
 
 
 
 
"ในนี้ไม่ได้ระบุทักษะภาษาอังกฤษเอาไว้... ไม่ทราบว่าภาษาอังกฤษอยู่ในขั้นไหนคะ?"
 
 
 
 
 
 
...เชี่ยยยยยยยยยแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว...
 
 
 
 
 
 
ศัตรูเจอจุดอ่อนแล้ว!!!
 
 

 
 
...ขั้นไหนน่ะเหรอครับ คุณเจ้าของร้าน...
 
 
 
 
 
...คั่นกลางระหว่างผมกับงานนี่แหละคร้าาาบบบบบบ...
 
 
 
 
 
"พอเอาตัวรอดได้ครับ" กล้ารบตัดสินใจละเมิดศีลข้อสี่แบบงุบงิบเล็กน้อย ฉีกยิ้มหวานให้ว่าที่เจ้านายทั้งที่เริ่มเหงื่อแตกพลั่กๆ
 
 

 
 
...รอดแบบสะบักสะบอมพอหอมปากหอมคออะครับคุณเจ้าของร้าน...

 
 
 
 
คุณเจ้าของร้านคนไม่สวยสักเท่าไรหันไปหยิ