[HB]ฟุดฟิดฟอไฟ1

posted on 26 Jun 2014 01:46 by irindel in Hummingbird directory Fiction
This entry is a part of Hummingbird Coffee Shop Project.
 
------------------------------------------------------
 
 
1.
 
 
...อกไอ้กล้าแล่นลึกเข้าตึกฝรั่ง...
 
 
กล้ารบ เปลวเงิน หนุ่มสิบแปดมาดแมนสะท้านใจสาวผู้ครองตำแหน่งพนักงานสารพัดประโยชน์แห่งร้านกาแฟบ้านทรายทองกำลังกรีดร้องประดุจสาวน้อยไร้เดียงสาเจอแมลงสาบบินเข้าใส่อยู่ในใจเมื่อคุณเจ้าของร้านที่วันนี้ความสวยเข้าขั้นติดลบโยนเมนูภาษาอังกฤษ บอสตัวสุดท้ายในเกมวีรกรรมทำเพื่อเงินของเขามาใส่ตักที่เขานั่งพับเพียบรอรับคำสั่งประจำวันอยู่พร้อมกับประกาศิตโทษประหารออกมาอย่างไร้ความเมตตากรุณาปรานีที่สุดในสามโลก
 

 
"ไปท่องมาให้หมด พี่ถามอะไรต้องตอบได้ว่ามันอ่านเป็นภาษาอังกฤษว่ายังไง"
 

 
 
กล้ารบเปิดแฟ้มที่มีแต่ตัวอักษรภาษาต่างดาวเรียงรายอยู่เต็มหน้ากระดาษนับสิบๆแผ่นด้วยท่าทีเหมือนกำลังจะถูกเครื่องประหารหัวสุนัขสับคอขาดอยู่รอมร่อ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นทำตาโศกเหมือนลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่ถูกตีเพราะไปเคี้ยวรองเท้าเจ้าของเข้า
 


 
"คุณเจ้าของร้านครับ ภาษาปะกิต กระผมมิถนัด ได้แค่สามคำเองครับ"
 
 

 
 
"อะไร?" คุณเจ้าของร้านเลิกคิ้วที่วาดเอาไว้ขึ้นข้างหนึ่ง
 
 

 
 
"ไอ เลิฟ ยู ครับ" กล้ารบตอบหน้าตาเฉย คนฟังนัยน์ตาเป็นประกายขึ้นมาวิบหนึ่งด้วยความขบขันระคนหมั่นไส้ แต่ก็ยังตีหน้าเคร่งเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้ลูกหมาตัวโตตรงหน้าได้ใจ
 

 
 
"ได้สามคำ งั้นเอาค่าแรงไปแค่สามบาทดีมั้ย กล้ารบ" คุณเจ้าของร้านยิ้มหวาน
 

 
 
"ไหนตอนมาสมัครบอกพี่ว่าทำได้ทุกอย่าง ถ้าท่องเมนูภาษาอังกฤษไม่ได้ พี่ก็ไม่ให้ทำงานเสิร์ฟหรอกนะ และถ้าทำงานเสิร์ฟไม่ได้ ก็ถือว่าทำได้ไม่ครบตามสัญญาจ้าง ต้องลดเงินเดือน..."
 

 
 
พอพูดมาถึงเรื่องเงินเดือนเด็กหนุ่มที่ปากกล้าเมื่อครู่ก็เหี่ยวลงเหมือนงูโดนเชือกกล้วยรัดทีเดียว
 

 
 
"เข้าใจแล้วครับผม คุณเจ้าของร้าน กระผมขอสาบานด้วยเกียรติของลูกเสือวิสามัญฆาตกรรมรุ่นใหญ่ว่าจะท่องให้ได้ทุกตัวอักษรครับผม" ไม่พูดเปล่าเจ้าตัวยังชูสามนิ้วขึ้นระดับอกในท่าสาบานตนประกอบ เจ้าของร้านได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจกับความล้นๆเกินๆของลูกจ้าง แต่พอเดินยังไม่ทันคล้อยหลังดีก็ได้ยินเสียงเจ้าลูกหมาตัวโตครวญเพลงเสียลั่นร้าน
 
 

 
 
"ใบหน้างามงาม ไม่น่าใจดำเลยแก้วตา ดำเหมือนน้ำย้อมผ้า ไม่เวทนาบ้างเลยจอมขวัญ..."
 
 

 
 
"กล้ารบ!!!!!" เจ้าของร้านแหวลั่น เด็กหนุ่มทำคอย่น เปลี่ยนเพลงทันควัน
 
 

 
 
"ขอลาแล้ววววววว เจ้าแก้วโกสุมมมมมมมมมมมม"
 

 
 
ร่างสูงผลุบออกนอกประตูร้านไปอย่างรวดเร็วก่อนที่แจกันในมือของคุณเจ้าของร้านจะลอยมากระแทกหัวเสียก่อน...
 
 
------------------------------------------------------------------
 
2.
 
 
...ทำไงดีวะกรู...
 
 
กล้ารบใช้เวลาเกือบทั้งเช้าเฝ้าคิดหาวิธีเรียนภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องเสียเงินไปเรียนเพิ่ม จะขอให้อริญชย์สอนให้ก็คงไม่สะดวกเท่าไรนักเพราะพนักงานเสิร์ฟประจำมีงานล้นมือตลอดเวลา ส่วนสาวๆพาร์ทไทม์ก็มาเฉพาะตอนยุ่งๆจนแทบจะแยกร่างเสิร์ฟอยู่แล้ว ตัดออกจากรายชื่อผู้โชคดีที่จะได้เขาไปเป็นศิษย์ไปได้เลย...
 

 
 
...หรือกรูควรจะสอยแหม่มมาเรียนภาษาทางลัดซะดีวะ...
 

 
 
“หา? มาไม่ได้!!? น้องขา แล้วเพิ่งมาบอกพี่เอาตอนนี้เนี่ยนะค้าา?” เสียงแหลมปรี๊ดจนแก้วหูแทบทะลุดังมาจากโต๊ะของคุณลูกค้ากิตติมศักดิ์ กล้ารบชะงักมือที่กำลังเช็ดโต๊ะหันไปเห็นเจ้าของทรงผมซาลาเปาทำท่าเหมือนจะเอาหัวโขกโน้ตบุ๊คที่วางไว้บนโต๊ะหลายๆทีติดกันชนิดไม่แคร์สายตาใครก่อนจะส่งเสียงคร่ำครวญหงุงหงิงกับตัวเอง
 
 

 
 
"แล้วให้ชั้นแหกขี้ตาตื่นมาทำไมแต่เช้า แล้วนี่อีกตั้งสามชั่วโมงกว่า จะทำอะไรดีเนี่ย..."
 

 
 
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคุณลูกค้ากิตติมศักดิ์คงจะโดนเด็กๆในสังกัดเบี้ยวนัดอีกตามเคย กล้ารบมองเจ้าหล่อนหัวเอาถูไถกับโน้ตบุ๊คทำท่าตีแปลงเหมือนเด็กโดนขัดใจแล้วจู่ๆความคิดอันสุดแสนจะบรรเจิดก็พุ่งเข้ามาในสมองด้วยความเร็วเท่ารถด่วนชินคันเซ็ง
 
 
 
 
...ไอ้กล้ารอดตายแล้วววววววว....
 
 
 
 
ไวเท่าความคิดกล้ารบไสตัวเข้าไปนั่งพับเพียบอยู่หน้าโต๊ะของเป้าหมาย โชคดีว่าตรงนั้นเป็นมุมลับ ห่างจากโต๊ะอื่นๆพอสมควร กล้ารบเลยไม่ต้องหรี่พลังกระบวนท่าวิชามารยาบุรุษแปดร้อยเล่มเกวียน พอเจ้าของโต๊ะหันหน้าที่ยังคงซบอยู่บนโน้ตบุ๊คมาทางเขา เด็กหนุ่มก็ยกมือไหว้ชนิดท่วมหัว
 


 
"วันทาครับคุณพี่"
 

 
 
"เออ ไหว้พระเถอะพ่อคุณ มาขอส่วนบุญอะไรมิทราบจ๊ะ"ถึงปากจะว่าอย่างนั้น แต่คนที่นอนซบอยู่ไม่มีทีท่าว่าจะยกมือขึ้นรับไหว้ มีเพียงดวงตาใต้กรอบแว่นหนาเท่านั้นที่เป็นประกายสนใจขึ้นมาวูบหนึ่ง
 

 
 
...บร๊ะ... มีเล่นมุกกลับแบบนี้ งานนี้ท่าทางจะไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว...
 

 
 
"พอดีกระผมได้ยินว่าคุณพี่โดนลูกศิษย์เบี้ยวนัด..." กล้ารบเกริ่น
 

 
 
"แล้ว?" อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้น
 

 
 
"ไม่ทราบว่าคุณพี่จะมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เจียดเวลาว่างของคุณพี่มาโปรดสัตว์น้อยตาดำๆอย่างกระผม สอนภาษาอังกฤษให้หน่อยได้มั้ยขอรับ"
 

 
 
คนได้ฟังคำขอนิ่งไปนาน นานจนกล้ารบเริ่มจะใจฝ่อก็พอดีกับที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง
 


 
"ค่าเรียนไม่ถูกหรอกนะ"
 

 
 
 
...หูยยยยยยย ผู้หญิงร้านนี้ทำไมเขี้ยวกันจังวะครับ...