This entry is a part of Hummingbird Coffee Shop
 
 
------------------------------------------------
 
 
เด็กชายกล้ารบนั่งทำหน้าบูดอยู่ที่โต๊ะเพียงตัวเดียวในห้อง ตรงหน้ามีกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่ง มือหนึ่งเท้าคางส่วนอีกมือหนึ่งเคาะดินสอที่อยู่ในมือกับโต๊ะดังป๊อกๆจนผู้เป็นยายรามือจากกางเกงที่กำลังชุนอยู่ขึ้นมามอง

 
"ทำการบ้านไม่ได้หรือลูก? วิชาอะไรล่ะ? ให้ยายช่วยมั้ย?"

 
 
เด็กชายกล้ารบทำหน้าบูดยิ่งกว่าเดิมแต่ไม่ยอมตอบอะไร พอเห็นยายเอื้อมมือจะมาหยิบกระดาษเปล่าตรงหน้า เด็กชายก็รีบกระชากกระดาษแผ่นนั้นไปซ่อนไว้ด้านหลัง หญิงชราขมวดคิ้วเสียงที่เอ่ยออกมาเข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ยังห่างไกลเกินกว่าจะเป็นการดุ
 
 
"มีอะไรหรือลูก? ทำไมให้ยายดูไม่ได้?"

 
 
เด็กชายทำท่าอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอ้อมแอ้มตอบอย่างไม่เต็มใจเมื่อเห็นว่าผู้เป็นยายยังคงคาดคั้นจะเอาคำตอบให้จงได้
 
 
 
"ครูให้เขียนเรียงความวันแม่ กล้าไม่รู้จะเขียนอะไรครับยาย"

 
 
หญิงชราถึงกับอึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ นานช้ากว่านางจะถอนหายใจยาวแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว

 
 
 
"เขียนเรื่องยายไปแทนมั้ยล่ะลูก ไหนๆยายก็ดูแลเรามาตลอดเหมือนแม่อยู่แล้ว"

 
 
"ไม่ได้ครับ" เด็กชายส่ายหน้าหวือ "ครูบอกให้เขียนเรื่องแม่นี่ครับ ถ้ากล้าเขียนถึงยาย เดี๋ยวครูบอกว่าทำผิด โดนเรียกไปตีหน้าห้อง อายเขาตาย" เด็กชายให้เหตุผลอย่างซื่อๆ ไม่รู้เลยว่าคำตอบของตนทำให้คนฟังรู้สึกสะท้อนสะท้านใจเพียงใด
 
 
 
 
...ถึงจะดูแลดีขนาดไหน ก็คงไม่มีวันจะแทนที่แม่แท้ๆได้สินะ...
 
 

 
หญิงชรามองหลานชายที่กำพร้าทั้งพ่อและแม่ด้วยความสงสาร กล้ารบแทบไม่เคยพูดถึงพ่อแม่ เด็กชายเหมือนจะรับรู้ได้ว่าเขามีเพียงยายเท่านั้น เธอไม่รู้ว่าเวลาหลานชายของเธอเห็นเด็กคนอื่นๆมีพ่อแม่จูงมาส่งที่โรงเรียน พาไปกินข้าว เขาจะรู้สึกอย่างไร กล้ารบไม่เคยร้องไห้งอแงจะหาพ่อแม่ เขาเคยถามเธอเพียงครั้งเดียวเท่านั้นว่าพ่อแม่ของเขาไปไหน พอเธอตอบไม่ได้ เด็กชายตัวน้อยก็เข้ามากอดเธอไว้ แถมยังเป็นคนปลอบเธอที่กำลังจะร้องไห้เสียอีก
 
 

 
"โอ๋ๆ ยายอย่าร้องไห้นะคับ กล้าจะไม่ถามยายเรื่องพ่อกับแม่อีกแล้วก็ได้คับ"
 
 

 
 
...จะให้เธอบอกคนที่รักเธอรักมากที่สุดในชีวิต... รักมากยิ่งกว่าลูกสาวที่คลอดมาเอง... รักมากยิ่งกว่าใครคนนั้นที่ไม่มีวันจะได้พบกันอีกแล้ว จะให้บอกเด็กน้อยตรงหน้าได้อย่างไรว่า...
 

 
 
...แม่ไม่ต้องการเขา...
 
 
 
 
 
หญิงชรายังจำได้ดีถึงคืนนั้น... คืนที่ฝนตกกระหน่ำจนเห็นแต่ม่านฝนสีขาวพรั่งพรูลงมาจากท้องฟ้ายามราตรีเบื้องบน จู่ๆก็มีเสียงทุบประตูดังขึ้นหลายครั้งติดๆกันเหมือนคนใจร้อน ตามมาด้วยเสียงที่ตะเบ็งให้ดังจนกลบเสียงฝนภายนอก
 
 
"แม่!!! เปิดหน่อย!!! นี่นวลเอง!!!"
 
 
เธอยังจำความรู้สึกในวินาทีที่ได้ยินเสียงนั้นได้ดี มันผสมปนเปกันไปหมดระหว่างความประหลาดใจ ความตกใจ และความยินดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ที่จะได้เจอลูกสาวที่หายตัวไปนานหลายปีอีกครั้ง เธอแทบจะถลาไปเปิดประตู ลูกสาวของเธอยืนอยู่ที่หน้าประตู ร่างที่ผอมซูบซ่อนอยู่ใต้เสื้อกันฝนตัวใหญ่โคร่ง พอเห็นหน้าเธอ หญิงสาวก็เปิดเสื้อกันฝน ยื่นห่อผ้าที่ประคองไว้ในอ้อมแขนให้เธอแล้วบอกอย่างง่ายๆว่า
 

 
"นี่หลานแม่ เลี้ยงมันให้ดีล่ะ"
 
 

 
 
พูดแค่นั้นร่างบอบบางในเสื้อกันฝนก็ถอยห่างออกไป ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งสติได้ ร่างนั้นก็หายลับไปในม่านฝนมิไยเธอจะส่งเสียงเรียกเพียงไร ลูกสาวของเธอก็ไม่หันกลับมาอีกเลย ทิ้งให้เธอยืนร้องไห้โดยมีทารกตัวอ้วนจ้ำม่ำดิ้นยุกยิกอยู่ในอ้อมแขน
 
 
เธอตั้งชื่อทารกน้อยว่า "กล้ารบ" เพราะทารกน้อยร้องเสียงดัง แขนขาอวบอ้วนป่ายปะไปมาไม่หยุดหย่อน ท่าทางน่าจะเติบโตเป็นคนที่กล้าหาญและแข็งแรงสมดังชื่อ นัยน์ตากลมโตใสแจ๋วที่มองมา ริมฝีปากเล็กจ้อยร่อยที่แย้มออกเป็นรอยยิ้มพิสุทธิ์ใสไร้เดียงสาเป็นสิ่งที่เธอยึดเหนี่ยวไว้เป็นกำลังใจในการต่อสู้กับมรสุมชีวิตที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน จนสิบปีล่วงเลยผ่านไป จากทารกตัวอ้วนใหญ่กลับกลายเป็นเด็กชายรูปร่างสูงใหญ่ออกจะเกินเด็กในวัยเดียวกันไปบ้างมานั่งหน้าเง้าหน้างอไม่สบอารมณ์อยู่ตรงหน้าเธอในวันนี้
 
 
"กล้าเขียนเรียงความวันแม่ไม่ได้เพราะกล้าไม่มีแม่ งั้นการบ้านกล้าก็เสร็จแล้ว กล้าไปเตะบอลกับเพื่อนก่อนนะครับยาย" พ่อหลานชายตัวดีของเธอเริ่มวาดลวดลายเกเร ลุกออกจากโต๊ะ วิ่งอ้อมมากอดเธอแรงๆหนึ่งทีแล้ววิ่งปร๋อออกนอกประตูไปก่อนที่เธอจะห้ามทัน
 
 
 
 
...ไม่รู้ไปเอานิสัยเจ้าเล่ห์แบบนี้มาจากใคร...
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
...นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้ว...
 

 
 
สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าหลานชายจอมเกเรทำอย่างไรกับเรียงความวันแม่ เพิ่งมารู้เอาวันนี้เมื่อค้นเจอกระดาษเขียนเรียงความวันแม่สมัยประถมของเจ้าตัวที่ถูกเอามาใช้ปูก้นหีบเก็บข้าวของส่วนตัวของเธอโดยบังเอิญ นัยน์ตาฝ้าฟางของหญิงชรากวาดไล่ไปตามตัวอักษรโย้เย้ที่เรียงรายกันอยู่แค่ไม่กี่บรรทัดบนกระดาษ
 
 
 
 
 
ถึงคุนคูคนสวยของผม
 
 
คุนคูให้ผมเขียนเลียงความวันแม่ แต่ผมไม่มีแม่ มีแต่ยาย ผมเลยเขียนไม่ได้ คุนคูห้ามตีผมนะคับ ถ้าถึงวันยายแล้วผมจะเขียนเลียงความวันยายให้คุนคูนะคับ
 
ด้วยความเคาลพและลักคุนคูสเมอคับ
 
เด็กชาย กล้ารบ ปเลวเงิอน
 
ป.3/2 เลขที่ 3
 
 
 
 
หญิงชราอ่านเรียงความของผู้เป็นหลานซ้ำไปซ้ำมา ในที่สุดก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ในจังหวะนั้นเองที่ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับเสียงตะโกนนำมาอย่างร่าเริงของเจ้าตัว
 

 
 
"ยายคร้าบ กินข้าวกันคร้าบ วันนี้คุณป้าร้านขายข้าวแกงใจดีแถมไข่มาให้อีกฟองด้วย ยายกินบ้างนะครับ ผอมจะแย่อยู่แล้ว... อ้าว... ยายอ่านอะไรอยู่เหรอครับ? จดหมายเหรอครับ?" เด็กหนุ่มวางถุงพลาสติกที่หิ้วมาเป็นพวงลงบนโต๊ะ ถือวิสาสะชะโงกหน้าข้ามไหล่ผู้เป็นยายมาอ่านสิ่งที่อีกฝ่ายถืออยู่ในมือโดยไม่คิดจะขออนุญาตให้เสียเวลา พอเห็นว่าเป็นอะไรเท่านั้น เจ้าตัวก็โวยวายใหญ่
 

 
 
"โหย ยายไปขุดมาจากไหนครับนั่น กล้านึกว่าทิ้งไปหมดแล้วซะอีก ยายอย่าไปอ่านเลยครับ เรื่องมันนานตั้งแต่ปีมะโว้โน่นแล้ว" เด็กหนุ่มพยยามแย่งกระดาษแผ่นนั้นคืนมา แต่ผู้เป็นยายก็จับไว้แน่น
 

 
 
"ไม่เอานะกล้า ยายจะเก็บไว้ ข้าวของสมัยเรียนทั้งหนังสือ ทั้งสมุดกล้าก็ทิ้งไปหมดเลยนี่ ขอยายเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักอย่างเถอะ"
 

 
"ก็ตอนนั้นจะย้ายห้อง มันไม่มีที่เก็บนี่ครับ อีกอย่างเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้อะไร เกะกะเปล่าๆ สู้ชั่งกิโลขายไม่ได้ อย่างน้อยก็ได้ห้าบาท สิบบาท" กล้ารบยักไหล่อย่างไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ ผู้เป็นยายก็ได้แต่ถอนใจ
 

 
 
ตั้งแต่กล้ารบจบมัธยมปลายมา ยายกับหลานก็ทะเลาะกันแทบจะทุกวันด้วยเรื่องอนาคตของกล้ารบ เธออยากให้หลานชายเรียนต่อเพื่ออนาคตที่ดีกว่า แต่กล้ารบกลับไม่สนใจ อยากจะออกหางานทำท่าเดียว เป็นครั้งแรกที่น้ำตาของเธอไม่อาจบังคับให้หลานชายทำตามที่เธอต้องการได้ เขาประกาศกับเธออย่างหนักแน่นว่า
 
 
"กล้าจะเก็บตังค์ซื้อบ้านให้ยายครับ"
 
 

 
เด็กชายตัวน้อยเมื่อสิบปีก่อนเติบโตมาเป็นเด็กหนุ่มที่หัวแข็งและดื้อรั้นไม่ผิดอะไรจากแม่ผู้ให้กำเนิด มิไยเธอจะพยายามชี้แจงว่าเธอไม่ได้ต้องการบ้าน สิ่งที่เธอต้องการคือเห็นเขาสวมชุดครุยเข้ารับปริญญาแล้วได้งานทำในบริษัทดีๆสักแห่ง...
 
 
 
 
...มีชีวิตที่ไม่ต้องตกระกำลำบาก อดมื้อกินมื้อ ระหกระเหินเร่ร่อน เหมือนเธอ...
 
 

 
 
"เรื่องเรียน เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ครับ แต่ยายจะอยู่กับกล้าได้อีกกี่ปีก็ไม่รู้ ห้องนี้เราก็เช่าเขาอยู่ เจ้าของเขาจะไล่เราออกเมื่อไหร่ก็ได้ กล้าอยากได้ที่ทางที่เป็นของเราจริงๆ ที่ที่ไม่มีใครจะมาไล่เราออกไปได้ เป็นบ้านหลังเล็กๆแล้วก็มีที่ให้ยายปลูกต้นไม้หอมๆที่ยายชอบด้วย ดีมั้ยครับ"
 
 
 
 
 
...เธออ่อนแรงเกินกว่าจะเถียงเลยต้องยอมปล่อยให้หลานชายทำตามที่เขาต้องการ...
 
 
 
 
"ยายคร้าบ สุขสันต์วันแม่นะคร้าบ ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกดลบันดาลให้ยายสุขภาพร่างกายแข็งแรง อยู่เป็นคุณยายคนที่หนึ่งเลยของกล้าต่อไปเรื่อยๆนะครับ" เจ้าหลานตัวดีจัดแจงมานั่งพับเพียบกราบตักเธออย่างเรียบร้อยพร้อมวางพวงมาลัยดอกมะลิหอมฟุ้งไปทั่วห้องลงในมือของเธอ เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยดวงตาแจ่มใส รื่นรมย์ หญิงชราคลี่ยิ้มบาง มือเหี่ยวย่นยกขึ้นลูบเรือนผมที่ยุ่งเหยิงเหมือนไม่ได้แตะหวีมาหลายวันอย่างรักใคร่

 
"ยายก็หวังเช่นนั้นจ้ะหลานรัก"
 
 
THE END
 
------------------------------------------------------------------------------
 
หมายเหตุ
 
 
  1. ฟิคสั้นรับวันแม่ค่ะ ฟิคนี้อยากเน้นความผูกพันของกล้ารบกับยายด้วย แล้วก็แง้มอดีตเรื่องคุณแม่หน่อยๆด้วย
  2. จริงๆแล้วกะจะจบอีกแบบนึง แต่... เปลี่ยนมาเป็นแบบนี้แทนละกัน แฮปปี้กว่า..
  3. ฟุดฟิดฟอไฟ สเปเชียลเซอร์วิส เก็ทติ้ง ทู โนว์ ยู เอนทรีค้างเพียบ แง... ทลายไหดองด่วนนน
  4. พบกันเอนทรีหน้าค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

โถ น้องกล้า ถึงจะไม่มีแม่ แต่ก็มีคุณยายเฝ้าเลี้ยงดูอย่างดีเหมือนแม่แท้ๆนะลูก

คุณยายกะคุณหลานคู่นี้น่ารักจังค่ะ ทั้งสองคนดูแลกันและกัน ดูอบอุ่นมาก จนพออ่านบรรยายส่วนที่เศร้าแล้วก็ซาบซึ้งในความรักความห่วงใยของทั้งสองคนมากๆ    

ชอบด.ช.กล้ารบนะคะ น่ารักน่าเอ็นดูเชียว surprised smile

#5 By Adeya on 2014-10-20 18:32

ฟิคนี้ทำเกือบร้องไห้ ....

ชอบภาษาที่ครูเอมเลือกใช้ สื่อความรู้สึกของตัวละครออกมาได้ดีมากเลยค่ะโดยเฉพาะคุณยาย

คนเราต่อให้ดูร่าเริงยังไงมันก็อาจจะมีความเศร้าแฝงไว้ลึกๆ เนอะ แต่ก็ดีใจที่กล้าไม่นำปมนั้นมาคิดว่าชีวิตตัวโชคร้ายและทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อให้ยายมีความสุขจริงๆ ค่ะ ซึ้งจัง

ส่วนคนที่เถิดเทิงไปเรื่อยๆ ไม่มีตื้นลึกหนาบางเห็นจะมีแต่ลูกเค้าคนเดียว ๕๕๕๕

#4 By *Alyssa* on 2014-08-14 21:26

เราสะเทือนใจกับการที่แม่ทิ้งลูกนะคะ....



ครูเอมสื่อได้ดีอะ คืออาจด้วยเราทำงานสายนี้ เจอทั้งที่แม่รักลูกมาก(บางคนก็มากไป)จนกระทั่งพร้อมจะโยนทิ้งได้ทุกวินาทีไม่ต่างกับก้อนอะไรก้อนหนึ่ง เลยสะท้อนใจเป็นพิเศษกับประเด็น และวิธีการเล่าเรื่องของครูเอม ขณะเดียวกัน ความรู้สึกของคุณยายก็ชวนให้น้ำตาซึม พอๆ กับที่เห็นเรียงความของเด็กชายกล้ารบทีเดียว



อย่างที่ใบเตยบอก ความกตัญญู คือคุณธรรมที่น่าชื่นชมในตัวกล้ารบมากๆ เลยค่ะ



ป.ล. กล้ารบเป็น LD รึเปล่าคะ? (อดไม่ได้ ขอสงสัยหน่อยเถอะ ฮาาาา)

#3 By aki on 2014-08-12 21:34

แง้ พ่อหนุ่มกล้ารบบบ เห็นเซี้ยว ๆ ร่าเริงทั้งวันอย่างนั้นก็แอบมีมุมโศกเหมือนกันเน้อ


โอ๋นะคะ /กอดดด


ฟิคนี้อาบแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ บรรยากาศหม่นซึมชวนให้น้ำตาคลอ แง

ได้เห็นอีกมุมของพ่อหนุ่มคนนี้ด้วย

รักยายให้มาก ๆ น้าา อีกหนึ่งจุดที่ชอบในตัวกล้าคือความกตัญญูนี่แหละ

#2 By ~ คุณใบเตย ~ on 2014-08-12 11:43

แง้ พ่อหนุ่มกล้ารบบบ เห็นเซี้ยว ๆ ร่าเริงทั้งวันอย่างนั้นก็แอบมีมุมโศกเหมือนกันเน้อ


โอ๋นะคะ /กอดดด


ฟิคนี้อาบแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ บรรยากาศหม่นซึมชวนให้น้ำตาคลอ แง

ได้เห็นอีกมุมของพ่อหนุ่มคนนี้ด้วย

รักยายให้มาก ๆ น้าา อีกหนึ่งจุดที่ชอบในตัวกล้าคือความกตัญญูนี่แหละ

#1 By ~ คุณใบเตย ~ on 2014-08-12 11:41