[HB]Event::Getting to Know You 2

posted on 11 Feb 2015 02:12 by irindel in Hummingbird directory Fiction
This entry is a part of Hummingbird Coffeeshop Project.
 
 
 
 
เอนทรีนี้ต่อเนื่องจาก Getting to Know You 1 ค่ะ

 
-----------------------------------------------
 
1.
 
 
 
..บางครั้งชีวิตก็เล่นตลก...
 
 
 
 
 
ทั้งๆที่คิดว่าคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วแท้ๆ แต่เช้าวันต่อมากล้ารบก็แทบจะสะดุดเท้าตัวเองล้มหน้าคว่ำเมื่อเห็น "คุณครู" ของเขามานั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะตัวเดิมเสียอย่างนั้น เด็กหนุ่มค่อยๆย่องเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ยาวแล้วสะกิดรุ่นพี่ตัวโย่งที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดข้าวของในถาดให้พร้อมเสิร์ฟลูกค้าอยู่
 
 
 
 
 
"คุณพี่ครับ น้องกล้าสงสัย"
 
 
 
 
 
 
"ว่า?" อริญชย์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าตัวยุ่งเสียด้วยซ้ำ กล้ารบจึงขยับเข้าไปกระซิบกระซาบที่ริมหู
 
 
 

 
 
"คุณลูกค้าที่น้องกล้าจู่โจมไปเมื่อวาน ทำไมเขากลับมาที่ร้านเราอีกล่ะครับ หรือว่าจะติดใจผมเข้าให้แล้ว..." พอเห็นอริญชย์หันมามองด้วยสีหน้าเหมือนโดนผีหลอก กล้ารบก็รีบบุ้ยใบ้ไปทาง "คุณครู" ของเขาที่กำลังเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาหลังแว่นกรอบดำจับจ้องอยู่ที่ไอแพดในมือ พอเห็นว่าคนที่เขาพูดถึงคือใคร อริญชย์ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกโต

 
 
 
 
"คุณคนนั้นเขาเป็นลูกค้าประจำ ไม่ได้มาติดใจอะไรใครหรอก พี่รับประกันได้" หนุ่มรุ่นพี่แอบประชดเล็กๆ แต่กล้ารบทำเป็นไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น
 
 
 

 
"อ้าว ถ้าเป็นลูกค้าประจำ ไหงผมไม่เคยเห็นเลยล่ะครับ"
 
 
 

 
อริญชย์ขยับจะอ้าปากตอบอะไรสักอย่าง แต่สิปปภาสยกเอาจานใบเล็กจากในครัวร่อนมาวางที่เคาน์เตอร์พอดี
 
 
 
 
 
"แอปเปิ้ล ครัมเบิ้ล พาย ของโต๊ะ 7 ได้แล้วครับ เหลือลาเต้ร้อน..." ยังไม่ทันขาดคำถ้วยกระเบื้องสีขาวบรรจุกาแฟร้อนกลิ่นหอมฉุยเห็นลายรูปใบไม้สีขาวนวลสั่นพลิ้วตัดกับผิวกาแฟสีน้ำตาลอ่อนก็ถูกวางลงเคียงข้างจานขนมใบเล็ก กล้ารบเหลือบมองโต๊ะที่เป้าหมายนั่งอยู่ก่อนจะใช้เวลาไม่ถึงเสี้ยววินาทีคว้าถาดไม้ที่มีจานขนมและแก้วกาแฟวางอยู่ตัดหน้าอริญชย์มาถือเอาไว้เอง
 
 
 
 
"เฮ้ยๆ กล้า จะทำอะไรน่ะ?" อริญชย์โวยเบาๆเพราะกลัวว่าลูกค้าที่นั่งทานอาหารอยู่จะตกใจ กล้ารบฉีกยิ้มหวาน
 
 
 
 
 
"ก็เมื่อวานผมเสียมารยาทกับคุณลูกค้าคนนั้น ยังไม่ทันได้ขอโทษเลย พี่โอห์มก็มาลากผมออกไปซะก่อน ไอ้ผมน่ะมันลูกผู้ชาย ทำผิดก็ต้องกล้ายืดอกยอมรับผิด ผมก็เลยจะไปสารภาพรัก... เอ้ย! สารภาพผิดกับคุณลูกค้าแล้วก็ขอโทษไงครับ"
 
 
 
 
 
ว่าแล้วกล้ารบก็ฉวยโอกาสตอนที่อริญชย์ยังอ้าปากค้างอยู่มุ่งหน้าไปหาเหยื่อ... เอ้ย! "คุณครู" ของเขาอย่างรวดเร็ว
 
 
-------------------------------------------
 
2.
 

 
"สวัสดีครับ คุณครู" กล้ารบมายืนอยู่ที่โต๊ะตัวเดิมพร้อมถาดอาหารในมือ "คุณครู"ของเขาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอแพดมามองหน้าเขา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นว่าคนที่มาเสิร์ฟเป็นคนเดียวกันกับคนที่มาจู่โจมตัวเองเมื่อวาน ท่าทางคงสงสัยว่าเขาจะมาไม้ไหนอีกคราวนี้ กล้ารบแจกยิ้มกว้างไปเป็นทัพหน้า
 
 
 

 
"เมื่อวานต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมจำคนผิด คิดว่าคุณเป็นคุณครูสมัยมัธยมของผมน่ะครับ"
 
 
 
 

 
"ไม่เป็นไรครับ" ท่าทางระวังตัวคลายลง ริมฝีปากบางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มนุ่มนวล
 
 
 
 
 
 
...รอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจคนมองเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งโดยไม่ทันตั้งตัว...
 
 
 
 
 
 
...เอ่อ... ไอ้กล้าครับ...
 
 
 
 
 
...หัวใจสะดุดกับสาวสวยนี่เรื่องปกตินะครับ...
 
 
 
 
 
...แต่มาสะดุดกับรอยยิ้มผู้ชายนี่หมายความว่ายังไงวะครับ ไอ้กล้า?...
 
 
 
 
กล้ารบพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงออกไปเพราะรอยยิ้มนั่นให้กลับมาก่อนที่คุณลูกค้าที่มองอยู่ และคุณพี่อริญชย์ที่จ้องจับตามองเขม็งอยู่หลังเคาน์เตอร์จะสำเหนียกถึงความผิดปกติ แล้วลงเอยด้วยคุณพี่คนดีสรีสยามต้องพุ่งเข้ามาลากตัวเขาไปเก็บพร้อมยัดข้อหาลวนลามลูกค้าให้อีกเป็นสองกระทงซ้อน
 
 
 
 
 
"พาย..."
 
 
 
 
ฉิบหายแล้ว... นี่มันพายเอี้ยอะไรวะ กูลืมมมมมมมมมม... ต้องเป็นเพราะจังหวะหัวใจช็อตเมื่อกี๊แน่ๆ ความจำของเขามันถึงได้ลัดวงจรไปด้วย จู่ๆก็ดันลืมชื่อเจ้าขนมสามเหลี่ยมสีน้ำตาลทองมีเกล็ดขนมปังป่นโรยหน้า น้ำเชื่อมสีทองไหลจากไส้พายออกมานองอยู่รอบๆเสียอย่างนั้น
 
 
 
 
"พายที่ลูกค้าสั่งกับลาเต้ร้อน ได้แล้วครับ" กล้ารบรีบวางจานขนมกับแก้วกาแฟลงบนโต๊ะด้วยความโล่งใจที่ขายผ้าเอาหน้ารอดไปได้อีกหน นัยน์ตาสีเข้มหลังกรอบแว่นชำเลืองมองเขา รอยยิ้มนิดๆที่ระบายอยู่บนริมฝีปากบางนั่นบ่งบอกให้รู้ว่า "คุณครู" ของเขาคงจะรู้ทันว่าเขาลืมชื่อพายขึ้นมากะทันหัน
 
 
 
 
"รายการที่สั่งได้รับครบแล้วนะครับ..." กล้ารบเว้นจังหวะให้อีกฝ่ายพยักหน้ารับแล้วจึงเอ่ยต่อไปด้วยหัวใจที่ดันเต้นโครมครามผิดปกติอย่างหาสาเหตุไม่ได้
 
 
 
 
"เอ่อ... คุณครูครับ..." เอาวะ ไม่รู้ชื่อ เนียนเรียกคุณครูไปก่อนละกัน ชายหนุ่มที่กำลังจะยกกาแฟขึ้นจิบหันมามองด้วยสีหน้าฉงน กล้ารบแสร้งตีหน้าม่อยเหมือนลูกหมาโดนเจ้าของดุทันที
 
 
 
 
"จำเลยสารภาพผิดแล้ว ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง ให้บริการคุณครูทุกครั้งที่เข้าร้านไปจนกว่าชีวิตจำเลยจะหาไม่นะครับ" กล้ารบพิพากษาโทษตัวเองเสร็จสรรพในขณะที่อีกฝ่ายเพียงค่เลิกคิ้วแล้วมองเขาอย่างขบขัน แต่ไม่ได้พูดอะไรซึ่งกล้ารบก็เหมาเอาเองอย่างหน้าด้านๆว่าอีกฝ่ายไม่ปฏิเสธ เด็กหนุ่มเดินแกมวิ่งกระดีีกระด๊ากลับมาที่เคาน์เตอร์ และก่อนที่อริญชย์จะได้เริ่มต้นสอบสวนว่าเขาไปพูดอะไรกับลูกค้ามาบ้าง กล้ารบก็ชิงประกาศด้วยเสียงที่ดังพอให้ทุกคนที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ได้ยินว่า...
 
 
 
 
 
"คุณพี่ๆทั้งหลายครับ ลูกค้าคนนี้ น้องกล้าของจองนะครับ!!!"
 
 
----------------------------------------------
 
3.
 
 

 
 
...จากจุดเริ่มต้นที่แค่ทักผิดเพราะหน้าเหมือนใครคนหนึ่งจากอดีต...
 
 
 
 
 
ไม่รู้ว่าตอนนี้ทำไมถึงกลายเป็นว่ากล้ารบเอาแต่มองหาใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นทุกเช้าชนิดที่ว่าวันไหนไม่เห็น"คุณครู"ของเขามาปรากฏตัวที่ร้านจะรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างมันไม่ครบเครื่องอย่างไรชอบกล อริญชย์กับสิปปภาสเองก็ยอมยกหน้าที่ให้เขาเอาอาหารไปเสิร์ฟคุณครูของเขาอย่างปลงๆ เพราะไม่อยากจะเอาเถิดเจ้าล่อยกถาดหนีลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์บ้าพลังที่คอยจะแย่งถาดไปเสิร์ฟเองเหมือนจะรีบาวด์ลูกบาส
 
 
 
 
 
และจากคำทักทายอย่างเป็นทางการระหว่างพนักงานเสิร์ฟกำมะลอและคุณลูกค้าประจำ บทสนทนายามเช้าที่เคยสั้นกุดแค่ไม่กี่คำก็เริ่มยืดยาวขึ้นทีละนิด ทีละนิด...
 
 
 
 
 
...เช้านี้ก็เช่นกัน...
 
 
 
 
 
 
"อรุณสวัสดิ์คร้าาาบบบบ คุณครู วันนี้เครื่องดื่มรับเป็นลาเต้ร้อนเหมือนเดิมนะครับ แล้ววันนี้จะรับอาหารเช้าหรือรับเป็นของหวานดีครับ?" กล้ารบร่อนมายืนอยู่ข้างโต๊ะเบอร์เจ็ดพร้อมอุปกรณ์รับออเดอร์ครบมือ คนที่ก้มหน้าอ่านตัวอักษรยาวเหยียดเหมือนมดดำเข้าแถวอยู่ในจอแท็บเลตเงยหน้าขึ้นมามอง นัยน์ตาสีเข้มหลังกรอบแว่นเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง
 
 
 
 
 
"ผมว่าผมบอกคุณไปหลายหนแล้วนะว่าผมไม่ใช่คุณครูของคุณ" ถึงจะพูดเหมือนตำหนิกลายๆ แต่น้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยรอยขบขันระคนอ่อนใจบ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่ได้ไม่พอใจแต่ประการใด กล้ารบยิ้มหวาน... หวานจนชวนให้คนมองเกิดอาการขนลุก
 
 
 

 
"ผมรู้คร้าบบบ แต่ผมยังไม่รู้ชื่อจริงของคุณครูนี่ครับ ก็เลยเรียกคุณครูไปก่อน"
 
 
 

 
 
ริมฝีปากบางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มที่ทำเอาคนมองเห็นลมหายใจสะดุดไปอีกรอบ คุณครูของเขาเลิกคิ้วขึ้น สายตาที่มองมาเป็นประกายอย่างขบขันปนเอ็นดู
 
 


 
"นี่คือจะหลอกถามชื่อ?"
 
 

 
 
"ไม่ได้หลอกนะครับ"กล้ารบปฏิเสธแข็งขัน "ถามโต้งๆต่อหน้าเลยครับ จะว่าหลอกได้ยังไงครับ"
 
 

 
 
คุณครูของเขาหัวเราะเบาๆก่อนจะหันกลับไปมองใบเมนูที่เขาเพิ่งส่งให้ราวกับหมดความสนใจจะพูดเรื่องนี้อีกต่อไป หลังจากพิจารณารายการอาหารในหมวดอาหารเช้าอยู่สักครู่ ลูกค้ากิตติมศักดิ์ของกล้ารบก็เงยหน้าขึ้นมาสั่งสั้นๆ
 
 
 

 
"Quiche Lorraine"
 
 
 
 
 
"ชื่อคุณ ขีด ร่องแร่งเหรอครับ ชื่อแปลกจัง?" กล้ารบไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยมุกสุดแป้ก แต่ไอ้ขีด ร่องแร่งนี่ฟังยังไงก็ไม่น่าจะใช่ชื่อรายการอาหารหรือว่าขนมของทางร้าน กล้ารบเลยสรุปเอาเองว่าน่าจะเป็นชื่อของคุณครู แต่ดูจากที่คุณครูสำลักพรืดแล้วไอค่อกแค่กอีกสองสามทีบวกกับเสียงกลั้นหัวเราะกึกกักจากโต๊ะข้างๆแล้ว กล้ารบคาดว่าไก่ในเล้าคงหลุดออกไปกระต๊ากๆอยู่เต็มทุ่งหญ้าที่เขายืนเล็มอยู่อีกแล้วเป็นแน่แท้
 
 
 

 
กล้ารบมาถึงบางอ้อก็ตอนที่คุณครูของเขาชี้ให้ดูว่าไอ้เจ้า "ขีด ร่องแร่ง" ที่ว่านี่คือเมนูพิเศษประจำวันของทางร้าน กรรมของเวรที่กล้ารบดันลืมท่องจำเมนูพิเศษประจำวันของวันนี้พอดี คุณพี่ตานี่ก็เหลือเกิน ทำไมต้องทำขนมอะไรชื่อเรียกยากๆชวนเข้าใจผิดแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ กล้ารบรับออเดอร์พร้อมเก็บกวาดเศษหน้าที่แตกละเอียดกลับไปที่เคาน์เตอร์ จากนั้นก็โดนเรียกตัวไปกวาดพื้นครัว ล้างถ้วยชามรามไห หิ้วของไปส่งลูกค้าที่รถจนพลาดโอกาสเอาอาหารไปเสิร์ฟให้คุณครูของเขา แถมโดนไล่ให้ไปกวาดใบไม้หน้าร้านที่เขาแอบดองเอาไว้ก่อนเพราะจะเข้ามารับออเดอร์ลูกค้าคนพิเศษ กล้ารบที่ขัดไม่ได้เพราะโดนอริญชย์ขู่ว่าจะฟ้องคุณเจ้าของร้านว่าเขาอู้งานมาจีบลูกค้าเลยไม่มีทางเลือกต้องออกไปนั่งยองๆโกยใบไม้แห้งใส่ปุ้งกี๋ใบเขื่องอยู่แถวๆสวนหญ้าเล็กๆหน้าร้าน โกยไปโกยมาเห็นรองเท้าหนังคู่มันวับผ่านตาไปแวบๆ กล้ารบก็รีบเงยหน้าโบกไม้โบกมือลาเจ้าของรองเท้าพร้อมตะโกนเสียงลั่น
 
 

 
"ขอบคุณที่มาอุดหนุนคร้าบ แล้วพบกันพรุ่งนี้นะคร้าบบบบ คุณครู"
 
 

 
 
ร่างสูงโปร่งหยุดชะงัก หันมามองเขาก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วเดินกลับมายืนอยู่ใกล้ๆก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ
 
 


 
"เลิกเรียกผมว่าคุณครูเสียทีเถอะครับ"
 
 
 
 
 
"งั้นจะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีล่ะครับ?" กล้ารบแกล้งทำตาใสซื่อ แต่อีกฝ่ายรู้ทันจึงเอื้อมมือมาขยี้ผมเขาด้วยความหมั่นไส้
 
 
 
 
 
...หารู้ไม่ว่าการกระทำที่แสนจะอ่อนโยนนั้นกลับกระแทกเข้าที่หัวใจของเด็กหนุ่มอย่างแรง...
 
 
 
 
 
กล้ารบก้มหน้าลง กระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่หยาดน้ำอุ่นๆที่จู่ๆก็ล้นขึ้นมารื้นขอบตา สัมผัสแผ่วเบาบนเรือนผมกระชากเขากลับไปเมื่อหลายปีก่อน เขายังจำสัมผัสอันแสนอบอุ่นที่มาพร้อมกับถ้อยคำที่เหมือนหยาดน้ำฝนฉ่ำชื่นตกต้องบนผืนทะเลทรายแห้งแล้ง น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึก แจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น
 
 
 
 
 
 
 
"เราน่ะที่จริงแล้วหัวดีนะ เสียแต่ไม่ตั้งใจเรียนแค่นั้นแหละ เห็นมั้ย ถ้าตั้งใจจริงๆก็ทำได้นี่นา"
 
 
 
 
 
 
คำพูดที่แสนจะธรรมดาที่ครูจะพูดกับนักเรียนสักคนหนึ่ง แต่สำหรับเด็กเกเรอย่างกล้ารบที่ถูกตราหน้าด้วยถ้อยคำประเภท "โง่ เหลือขอ ไม่เอาถ่าน เหลวไหล" ไม่มีครูคนไหนชมเชยหรือแม้แต่ตั้งความหวังในตัวเอง คำชมแม้เพียงน้อยนิดก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เด็กชายกล้ารบในตอนนั้นเทใจให้เจ้าของคำพูดนั้นไปเต็มๆจนถึงขั้นกลับตัวกลับใจมาตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ วิชาที่ตัวเองเคยเกลียดนักหนา...
 
 
 
 
 
 
...น่าเสียดายที่ชะตาชีวิตก็พัดพาให้เขาและคุณครูที่รักยิ่งต้องห่างจากกันไป เหลือไว้เพียงความทรงจำที่แม้จะน้อยนิด แต่ก็ไม่เคยจางหายไป...
 
 
 
 
 
"เอ่อ... ขอโทษนะครับ... เป็นอะไรหรือเปล่า?" สัมผัสบนเรือนผมหายไปแล้ว กล้ารบเดาว่าเจ้าตัวคงรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเลยดึงมืออกไป เขารีบใช้เสื้อเช็ดรอยชื้นที่หัวตาอย่างรวดเร็วก่อนจะเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
 
 
 

 
"ตกลงจะให้ผมเรียกคุณครูว่าอะไรดีครับ?"
 
 
 
 
 
คนที่ยืนอยู่นิ่งไปครู่หนึ่ง ท่าทางเหมือนกำลังลังเลว่าควรจะบอกชื่อตัวเองกับเขาดีหรือไม่ กล้ารบไม่เร่งเร้า ไม่เซ้าซี้อย่างที่ปกติแล้วจะทำ ถ้าวันนี้เขาจะได้รู้ชื่อของคนตรงหน้า ก็ควรเป็นเพราะฝ่ายนั้นเต็มใจจะบอกเอง ไม่ใช่เพราะโดนเขาตื๊อจนต้องจำใจบอกอย่างเสียไม่ได้...
 
 
 
 
 
...ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดี...
 
 
 
 
 
เนิ่นนาน... นานจนกล้ารบคิดว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้เขาคงต้องขุดมุกใหม่ๆมาใช้สานสัมพันธ์กับคุณครูของเขาต่อไปเสียแล้ว เสียงแผ่วเบา เจือรอยลังเลก็ดังขึ้นจากคนตรงหน้า...
 
 
 
 
 
 
"ธันว์"
 
 
 

 
"ครับ?" กล้ารบนึกว่าตัวเองหูฝาดไป

 
 
 
 
 
 
"บอกครั้งเดียว ไม่มีทวนซ้ำ รู้แล้วก็เรียกให้ถูกด้วยล่ะ" พูดจบร่างสูงก็จ้ำอ้าวจากไปโดยไม่เหลียวหลังมามองอีกเลย
 
 
 
 
 
 
 
...ถ้าคุณครูของเขาจะหันกลับมาสักนิดก็คงจะได้เห็นใครคนหนึ่งที่ยิ้มจนปากจะฉีกถึงรูหูกระโดดขึ้นลง กำหมัดถองลมเหมือนคนบ้า...
 
 
 
 
 
ตอนนั้นกล้ารบยังไม่รู้หรอกว่า...
 
 
 

 
 
 
...นั่นคือจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล...
 
 
 
THE END
 
 
----------------------------------------------------
 
หมายเหตุ
 
  1. หายหัวไปนานจนเขาเลิกเล่นกันไปหมดแล้ว แต่เนื่องจากชีวิตไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ ยังมีแนวโน้มว่าอีกนานกว่าจะได้ไปทำงาน ก็เลยตัดสินใจว่ามาเคลียร์เรื่องราวของคุณธันว์และเจ้ากล้าดีกว่า ติดหนี้ท่านอากิไว้นานแล้ว
  2. ส่วนหนึ่งที่หายไปนานเพราะติดอยู่บนเรเว่นฮิลส์ค่ะ ลงไม่ได้ ฮอบบิทสามทำชีวิตติ่งพังพินาศมากค่ะ ไม่เคยอินโศกกับหนังเรื่องไหนยาวนานข้ามเดือนขนาดนี้ คาดว่าส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะอิชั้นหลงรักธอริน โอเคนชิลด์... //มุดลงรูไปด้วยความขวยเขิน คือตอนที่เฮียแกทำตาอ่อนโยนใส่บิลโบ้ในฉากลูกโอ๊คน่ะมันช่าง ฟหดาส่เสวฟา้อา้อาก้เอาก้เาด้ืิาดก่ืิา่กืา่กห้ะเนำไร่ะยำ่ด มากๆ คาดว่าน่าจะตกหลุมตกร่องไปตอนนั้น ยังปีนขึ้นมาไม่ได้เลยค่ะ จริงๆแล้วฟิคนี้มันไม่ควรจะมีฉากเศร้า แต่เพราะยังลงจากเรเว่นฮิลส์มาไม่เต็มตัว มันเลยออกมาอีแบบนี้แล...
  3. จริงๆแล้ว(อีกรอบ)ฟิคนี้มันควรจะเป็นฉากที่กล้ารบไปเจอกับคุณธันว์ที่ผับแล้ว แต่หลังจากใคร่ครวญอยู่นาน เกิดอาหารเสียดายมุกแป้กๆ ทุเรศๆ บวกกับอยากให้ความสัมพันธ์ของสองคนนี้เป็นไปแบบ slow build เลยยอมเขียนอีกเอนทรีดีกว่า จากเด็กเสิร์ฟกับคุณลูกค้า จะเขยิบความสัมพันธ์กันมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แถมทั้งสองคนก็ต่างกันมากด้วยในทุกๆด้าน การที่คุณธันว์ยอมบอกชื่อ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม กล้ารบคงรู้สึกว่าตัวเองขยับเข้าไปใกล้คุณธันว์ขึ้นอีกนิด อารมณ์ประมาณข้ามมหาทีสีทันดรน่ะค่ะ 555
  4. อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ใจว่าทรงคุณธันว์ถูกมั้ย รบกวนท่าน @aki657 ช่วยเช็คคาร์ให้อีกทีด้วยนะคะ จะหลังไมค์หรือเมนต์ที่นี่เลยก็ได้ค่ะ
  5. แล้วพบกับการทลายไหดองครั้งยิ่งใหญ่ ขอพลังแห่งความขยันจงสถิตย์อยู่กับข้าด้วยยยยยยย สำหรับเอนทรีนี้สวัสดีค่ะ

 
 


Comment

Comment:

Tweet

คุณธันว์ในสายตาเจ้ากล้านี่ช่างอบอุ่น นุ่มนวล ละมุนละไมจังเลยค่ะ // ซึ่งจริงๆ ก็เป็นอย่างนั้น - ฮา 

ชอบที่คุณธันว์ไม่ยอมบอกชื่อตอนแรกๆ คือคงงงๆ ปนกับไม่ได้คิดอะไร แต่ไปๆ มาๆ ไม่รู้เพราะอะไรก็บอกเขาไปซะเฉย แพ้เด็กจนได้นะคะลุง 555 แต่กว่าจะยอมรับใจตัวเองได้นี่กล้ารบออกแรงเยอะหน่อยล่ะ

เพิ่งรู้จากฟิคนี้เหมือนกันว่า ที่แท้ก็พ่ายแพ้จากรอยยิ้มตอนนั้นน่ะเอง ลุงแกไม่ได้รู้ตัวเลยสินะ? แล้วแถมเป็นคนยิ้มบ่อยด้วย (ถึงจะน้อยกว่าเคนก็ตาม) แบบนี้กล้าไม่สะดุดตึกตักในใจวันละหลายรอบเหรอเนี่ย? (หรือชินแล้ว?)

รอติดตามไหดองของครุเอมอยู่เรื่อยๆ ค่ะ

#1 By aki on 2015-02-12 14:16