Class

[Class]Trip to Doulos II

posted on 01 Dec 2009 02:16 by irindel  in Class

This entry is a part of Cubicschool Project.

เอนทรีนี้ต่อจาก [Class]Trip to Doulos I ค่ะ  

------------------------------------------

1.

รถบัสคันยาวเคลื่อนตัวผ่านประตูท่าเรือเข้ามายังลานจอดรถอย่างเชื่องช้าท่ามกลางแดดเปรี้ยงยามเที่ยงวัน เปลวแดดร้อนระอุที่แผดเผาพื้นยางมะตอยของลานจอดรถกลายเป็นไอร้อนจนเหล่านักเรียนที่ทยอยลงมาพากันบ่นอุบแล้วควักเอาหมวกมาใส่กันให้วุ่น นักเรียนหญิงบางคนถึงกับควักครีมกันแดดออกมาทากันแสงแดดเผาผิวหนังจนเกรียมกรอบ

 

"โซววววว ฮอท!!!" เสียงแหลมปรี๊ดของแหม่มสาวที่ดังขึ้นอย่างไม่กลัวเส้นเสียงขาดทำเอาคนรอบข้างสะดุ้งโหยง

 

"ฮอท ไลค์ เฮล อย่างนี้ เอสพีเอฟร้อยห้าสิบที่ไหนจะเอาอยู่มิทราบ แล้วนี่ถ้าผิวที่ดั๊นส์ไปทำทรีตเมนท์ที่สปามาอย่างดีเกิดมันแทนไปหนึ่งเฉด ใครจะรับผิดชอบเคอะส์????" เจ้าหล่อนสบถออกมาอีกสองสามคำแต่พองามก่อนจะหยิบกระดาษซับมันขึ้นมาซับใบหน้าอย่างหงุดหงิดเต็มขั้น นัยน์ตาสีเขียวที่บัดนี้เริ่มเปล่งประกายเรืองๆด้วยอุณหภูมิอารมณ์ที่พุ่งสูงไม่แพ้อากาศรอบตัวกวาดตามองไปรอบๆแล้วก็คำรามออกมา

 

"แล้วมิสเตอร์ไลบราเรี่ยนไปมัวงมหอยโข่งอยู่ที่ไหนวะคะ เมื่อไหร่จะพาดั๊นส์ขึ้นเรือสวรรค์ซะที อิสท์ ฟักกิ้ง ฮอท เอาท์ เฮียร์!!!"

 

บรรณารักษ์หนุ่มคนที่ว่าไม่ได้กำลังงมหอยโข่งอยู่... แต่กำลังปรึกษากำหนดการกับ"ผู้ร่วมชะตากรรม"อีกคนหนึ่งอยู่ต่างหาก หลังจากนัดแนะกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครูเอกธิดาก็ตกลงจะล่วงหน้าไปจัดการเรื่องการซื้อตั๋วเข้าชมก่อนระหว่างที่บรรณารักษ์หนุ่มแจ้งกำหนดการสั้นๆกับนักเรียน

 

"ครูเอกเอาหมวกมาด้วยรึเปล่าครับ แดดมันแรงมากเลยนะครับ" ดารันตร์ถามอย่างเป็นห่วง ก็แดดแรงเป็นศัตรูตัวฉกาจของผิวหน้าสวยๆของผู้หญิงนี่นะ เห็นโฆษณาพวกครีมทาหน้าเขาว่าไว้อย่างนั้นนี่

 

"ก็ต้องเอามาสิคะ" ครูสาวคนสวยยิ้มแล้วยกหมวกปีกสีน้ำตาลอ่อนเหมือนกาแฟใส่นมขึ้นมาสวมทับลงไปบนเรือนผมสีดำสนิทก่อนจะออกเดินมุ่งตรงไปยังท่าเรือที่เรือลำใหญ่จอดอยู่โดยมีบรรณารักษ์หนุ่มมองตามไปด้วยความเป็นห่วง วันนี้ครูเอกธิดาแต่งตัวดูแปลกตาไปจากปกติ เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวเข้ารูปเล็กน้อยพอให้เห็นเรือนร่างท่อนบนที่อ่อนช้อยได้สัดส่วนราวรูปประติมากรรมชิ้นเอกตัดกันกับกางเกงผ้าขายาวสีน้ำตาลที่ทิ้งตัวแนบไปกับเรียวขาเพรียว เสริมความอ่อนหวานให้ชุดที่ดูทะมัดทแมงด้วยเข็มขัดเส้นเล็กที่คาดทับลงบนเอวบาง แม้เสื้อผ้าจะดูเป็นแบบเรียบง่าย แต่พอมาอยู่บนตัวของหญิงสาวแล้วกลับดูโดดเด่นสะดุดตาอย่างประหลาด บวกกับท่าเดินที่ดูสง่างามเต็มไปด้วยความมั่นใจแล้ว ไม่ว่าใครต่อใครเป็นต้องเหลียวมองซ้ำสองทุกรายไป...

 

...ตรงนี้แหละ ที่ดารันตร์เป็นห่วง...

 

"โครม!!!!"

 

ยังไม่ทันไรหนุ่มฉกรรจ์รายหนึ่งที่หอบเอาหนังสือที่ซื้อมาจากบนเรือเต็มอ้อมแขนก็เกือบจะโดนมอเตอร์ไซค์เสยเข้าให้เพราะมัวแต่มองตามครูสาวจนคอแทบบิดกลับหลัง 180 องศา เช่นเดียวกับทางคนขับมอเตอร์ไซค์ที่มัวแต่มองสาวเจ้าเพลินจนมองไม่เห็นคนเดินถนนต้องหักหลบเสียจนล้อบดถนนเสียดังสนั่น แต่ก็ยังเฉี่ยวเอาอีกฝ่ายล้มก้นกระแทกหนังสือกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง

คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแทบจะยกมือกุมขมับด้วยความเสียดายหนังสือที่ต้องพลอยมารับเคราะห์ลงไปนอนปกยับเยินอยู่กับพื้นถนนไปด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ยังอดขำท่าทางเหมือนต้องมนตร์สะกดของชายทั้งสองคนไม่ได้ ยิ่งเมื่อครูสาวที่ได้ยินเสียงอุบัติเหตุแล้วเดินย้อนกลับมาช่วยเก็บรวบรวมหนังสือส่งให้ ท่าทางมองตามหลังครูสาวที่เดินจากไปเหมือนใจจะขาดตามนั่นทำเอาเขาแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่

 

"แบบนี้ครูเอกจะโดนข้อหาทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์รึเปล่าครับเนี่ย" เด็กหนุ่มหน้าหวานที่มายืนอยู่ข้างตัวเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ครูหนุ่มเองก็หัวเราะเบาๆในลำคอ

 

"ตำรวจมักแพ้ทางผู้หญิงสวย ไม่รู้หรือไง ภัทร"

-------------------------------------

2.

"เอาล่ะ นักเรียน นักเรียนฟังผมหน่อยคร้าบ ฟังผมหน่อย... เฮ้ยยยยย...!!!" เสียงครูหนุ่มร้องอย่างตกใจเป็นเสียงสุดท้ายที่พวกเด็กๆได้ยินก่อนที่เจ้าโทรโข่งใบจิ๋วจะประจานฉีกหน้าคนใช้ที่เผลอกดปุ่มผิดด้วยการกรีดร้องโหยหวนเสียงแหลมสั่นสะเทือนเยื่อแก้วหูดังก้องไปทั้งลานจอดรถเรียกให้คนเดินผ่านไปมาแถวๆนั้นต่างหันมาจ้องด้วยความสนใจแกมตกใจกันเป็นแถว

 

"โทษที โทษที ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย" บรรณารักษ์หนุ่มเหงื่อแตกพลั่กรีบแก้ตัวเป็นพัลวันหลังจากหาวิธีหยุดเสียงไซเรนชอนไชโสตประสาทได้ในที่สุดท่ามกลางสายตาตำหนิติเตียนนับสิบคู่ที่จ้องมองมา

 

"โอเคผมขอพูดสั้นๆนะ เพราะผมก็ร้อนเหมือนกัน เรามีเวลาเดินประมาณหนึ่งชั่วโมง บนเรือจะมีส่วนที่ขายหนังสือสองฝั่ง นักเรียนเดินดูได้ตามสบาย แต่จะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ แล้วแต่ ผมไม่ใช่เอเยนต์ ไม่ใช่นายหน้า ไม่ได้ค่าคอมมิชชั่นใดๆจากงานนี้ทั้งนั้น เอ้อ...แล้วมีอะไรอีกล่ะ..." ครูหนุ่มก้มลงดูรายการที่จดไว้บนฝ่ามือตัวเองกันลืม

 

"ถ้าใครสนใจจะลงไปดูด้านล่าง ขอให้ติดต่อเจ้าหน้าที่อาสาสมัครบนเรือนะครับ ไปกันเป็นกลุ่ม เดี๋ยวเขาจะนำเราลงไปเที่ยวชมเอง บนเรือนี้มีเจ้าหน้าที่สองคนที่เป็นคนไทย ถ้าพบจะลองคุยกับพวกเขาดูก็ได้นะครับ... เอาล่ะมีใครมีคำถามอะไรมั้ย?" ครูหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาสะดุดอยู่ที่มือของใครคนหนึ่งที่โบกอยู่ไหวๆ

 

...เวรละ... รอยสักรูปกะโหลกไขว้ที่หลังมือ... จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...

 

"ทีชเชอร์ขรา มีโวลันเทียร์หล่อรวยล่ำเร่าร้อนบ้างมิเคอะส์?" คำถามแบบแสดงเอกลักษณ์เจ้าตัวชัดแจ้งเรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างในขณะที่คนที่ต้องตอบคำถามยิ้มแห้งๆ

"ไม่ทราบสิครับ แพท เผอิญผมไม่ได้สนใจมองหนุ่มๆซะด้วย เอ้า นักเรียน ตอนนี้เที่ยงแล้ว ประมาณบ่ายโมงกลับมาเจอกันที่นี่นะครับ นักเรียน ถ้าไม่มีคำถามอะไรแล้วตามผมมาเลยครับ" ดารันตร์รีบรวดรัดตัดจบแล้วพาบรรดาลิงทโมนทั้งหลายออกเดินไปยังทางเดินเลียบริมท่าเรือก่อนที่จะมีใครถามคำถามอะไรที่เขาไม่รู้จะตอบยังไงอีก

-------------------------------

3.

รดา ศิริสรรพวงษ์จ้องมองบันไดขึ้นเรือทั้งสูง ทั้งชันที่ทอดตัวยาวตรงหน้าด้วยความหนักใจพลางนึกสงสัยว่าคนออกแบบอาจจะเมาเหล้าหรือสูบฝิ่นอยู่ตอนที่เขียนแบบออกมา เพราะหลังจากรดาพินิจพิจารณาอยู่ร่วมสิบวินาทีแล้วก็ยังนึกไม่ออกว่าจะต้องเอาเท้าวางตรงไหนกันแน่ ตรงลอนๆสีเงินที่โค้งเป็นลูกๆขึ้นมา หรือว่าตรงระหว่างร่องคั่นกลางนั้นกันแน่ โชคยังดีที่วันนี้เป็นวันธรรมดา คนไม่เยอะมากนัก รดาจึงมีเวลาสังเกตทั้งบันได และคนขึ้นบันไดไปด้วย

 

...อ้อ... เหยียบลงไปบนเจ้าลอนสีเงินๆ โค้งๆนั่นน่ะเอง... รดามองตามบรรดารุ่นพี่และเพื่อนๆที่พากันเดินขึ้นไปก่อนอย่างคล่องแคล่ว ส่วนมากไม่ยอมจับราวบันไดเหล็กเพื่อช่วยพยุงตัวเนื่องจากแดดยามเที่ยงวันแผดเผาเสียจนราวเหล็กร้อนจัด แค่รดาวางมือลงยังต้องสะดุ้งรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน

 

...จับราวก็ไม่ได้... แถมดูท่าทางเจ้าชั้นบันไดหน้าตาพิลึกนั่นจะลื่นได้ง่ายเสียด้วย... แบบนี้จะขึ้นไปถึงเรือได้โดยไม่ล้มสักครั้งมั้ยนะ... รดาแอบนึกหวั่นๆอยู่ในใจขณะที่ก้าวขึ้นไปบนบันได้แคบๆอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่ก็ใจชื้นขึ้นเมื่อสามารถเดินขึ้นไปได้อย่างง่ายดายกว่าที่หวั่นไว้ แต่พอไต่มาได้แค่ครึ่งทาง เด็กสาวก็เผลอหันไปมองวิวทิวทัศน์ของท่าเรือเบื้องล่างและแม่น้ำเจ้าพระยาเบื้องหน้า เธอยกเท้าขึ้นวางลงบนบันไดขั้นต่อไปตามปกติ...แต่...

 

"ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"

 

TBC. 

--------------------------------

สรุป

  1. พวกเด็กๆเดินทางมาถึงท่าเรือคลองเตยในที่สุด ครูเอกล่วงหน้าไปซื้อตั๋วก่อน
  2. ระหว่างเดินไปครูเอกทำให้เกิดความเสียหายต่อบริเวณรอบข้างเล็กน้อยแบบไม่ได้ตั้งใจ
  3. ครูรันตร์ให้อิสระนักเรียนเที่ยวเล่นตามใจชอบ บ่ายโมงกลับมาเจอกันที่ลานจอดรถเพื่อเตรียมตัวกลับโรงเรียน
  4. เรกำลังมีปัญหากับการขึ้นบันได เพราะไมรู้ว่าจะวางเท้าตรงไหนดี
  5. พอไต่ขึ้นไปได้พักเดียวก็... ต่อตอนหน้าค่ะ อยากรู้ก็ตามอ่านสิคะ หุหุ (/โดนโบกดับข้อหาเกรียนประสาท) 

----------------------------------

หมายเหตุ

  1. จงใจตัดสั้น เพราะ... ง่วงมากค่ะ เข้าเมืองทีไรป่วยทุกที พิมพ์ต่อไม่ไหวแล้ว และเผอิญสุดสัปดาห์นี้งานจะเข้ายาวค่ะ ถ้าไม่รีบเข็นออกคืนนี้ เรื่องนี้คงได้เป็นหมันแน่
  2. แต่ดันโดนผึ้งต่อยเท้า... บวม... ปวด... หวานไม่ออกฮ่ะ...
  3. ล็อกที่ 1. ดูแบบ... ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเนอะ... ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผปค.ใส่เข้ามาในเรื่องเพราะอยากลองของค่ะ อยากลองเขียนบรรยายสาวสวยหยด รัศมีปิ๊งปั๊งแผ่กระจาย ค้นพบว่ายากเอาการ... ยากกว่าเขียนเสะหล่อโฮกชวนปาดเยอะ... 555 (/เลือดสีม่วงมันเข้มกว่าสินะ...) ขออภัยในความเกรียนไม่รู้จบของผปค.ด้วยนะคะที่อยู่ๆนึกจะใส่ก็ใส่เข้ามาซะอย่างนั้น ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ถนัด ต้องฝึกฝนต่อไปค่ะ!!! (/ผปค.ครูเอกสะดุ้งแทนลูกสาว)
  4. เช่นเคยค่ะ รบกวนเช็คคาแรคเตอร์ลูกหลานท่านด้วย ผิดถูกประการใดโปรดแจ้งจะเป็นพระคุณยิ่ง
  5. มีสิทธิ์ว่าเรื่องนี้จะงอกออกมาเป็นสี่ซาห้าตอน... เพราะมีคู่ที่อยากจะเล่นเต็มไปหมดบวกกับไม่อยากให้แต่ละเอนทรียาวเกิน งานเข้ากันโดยถ้วนหน้าเช่นนี้ กลัวจะไม่มีคนอ่าน เหอๆ
  6. ฟิคตามสั่ง ฟิคดอกเบี้ยใช้หนี้รักหนี้แค้นทั้งหลายโปรดอดใจรอ เราไม่ได้ลืมท่าน แต่มันต้องตามคิว(อันยาวเหยียด)ค่ะ
  7. วันที่ 9-17 ธันวานี้ งานเข้าค่ะ อาจต้องหายหัวยาวเช่นเคย แท็กคิวบิกก็หายไปจากหน้าแรกนานโขแล้ว ใครว่างก็มากอบกู้โรงเรียนของเรากันเถอะค่ะ!!!