[Tag]จีบ (0105)
posted on 07 Dec 2009 01:23 by irindel in TagThis entry is a part of Cubicschool Project.
ทำแท็กหลวงไปแล้ว ขอปาดหน้าด้วยแท็กคู่แรร์ไอเท็มบ้าง... ขอเชิญพบกับ...
แต่น แตน แตนนนน.... แต๊น แต่น แต๊น แตนนนนน....
--------------------------------
คำเตือน - เอนทรีนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบชายชาย หากท่านไม่มีรสนิยมชมชอบในด้านนี้ ขอเชิญคลิกไปหาบล็อกอื่นได้ตามสะดวก
อนึ่ง หากได้อ่านฟิค Night Time Reading มาก่อนจะช่วยให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้น (หาอ่านเอาเองเน้อ ไม่แปะลิ้งให้ เดี๋ยวโดนข้อหามอมเมาเยาวชนและผู้อาวุโสให้ใจแตก 555)
ชุด A เมื่อคุณเป็นฝ่ายโดนจีบ
หนุ่ม(สาว)ในฝันของคุณกำลังแอบชอบคุณอยู่
เค้ากำลังอยากเข้ามาพูดคุยกับคุณเพื่อชวนคุณไปเดท
1. ประโยคแรกที่เค้าจะพูดกับคุณคือ
"ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าหน่อย ท่านอาลักษณ์"
จู่ๆองค์มหาราชาก็ตรัสขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยใดๆทั้งสิ้นๆ คนที่กำลังขะมักเขม้นเขียนสรุปประมวลกฏหมายอาญาแผ่นดินร้อยแปดมาตราจนน้ำหมึกเปรอะมือไปหมดถึงกับเงยหน้าขึ้นจากม้วนกระดาษตรงหน้า นัยน์ตาสีดำใสแจ๋วหลังกรอบแว่นจ้องมองอีกฝ่ายอย่างงงงวย จับต้นชนปลายไม่ติด
2. ท่าทางของเค้าเวลาพูดเป็นยังไงบ้าง
ริมโอษฐ์บางสีจัดแย้มออกเป็นรอยยิ้มนุ่มนวล พระเนตรสีดำจัดไม่ผิดอะไรกับท้องฟ้าภายนอกเป็นประกายวับวาวอย่างไรชอบกล จนคนที่มองอยู่อดรู้สึกหนาวๆร้อนๆไม่ได้
" ดึกดื่น กลางค่ำ กลางคืนอย่างนี้น่ะเหรอ พะย่ะค่ะ?" อาลักษณ์หนุ่มทูลถามให้แน่ใจว่าตนไม่ได้หูฝาดเพราะอยากหาเรื่องอู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
"กลางคืนอย่างนี้แหละ เย็นสบายดี ข้าชอบ จะได้ชมพระจันทร์ไปด้วยยังไงล่ะ" จอมกษัตริย์ตรัสง่ายๆก่อนจะเสด็จออกจากห้องไปโดยไม่ปิดโอกาสให้อาลักษณ์หนุ่มได้ปฏิเสธแม้แต่น้อย หนุ่มอาภัพก็ได้แต่ถอนใจ โยนปากกาในมือทิ้งแล้วเดินดุ่มๆตามออกไป
3. ชุดที่เค้าใส่อยู่เป็นแบบไหน
วรองค์สูงโปร่งดูงามสง่าในฉลองพระองค์ไหมสีขาวเหลือบเงินแขนยาว ชายฉลองพระองค์ปล่อยยาวจรดพระชานุ(เข่า)ปักดิ้นไหมสีเงินขดเป็นลวดลายซับซ้อนงดงามโดดเด่นขึ้นมาจากพระสนับเพลาสีขาวเช่นเดียวกับฉลองพระองค์ คืนนี้อากาศน่าสบายนัก ไม่เย็นเกินไป และไม่ร้อนเกินไป มหาราชาจึงไม่ทรงสวมฉลองพระองค์ทำจากหนังสัตว์ตัวยาวคลุมทับอีกชั้นเช่นเคย
4. ที่ที่เค้าจะพาคุณไปเดทเป็นครั้งแรกคือ
สถานที่ที่องค์มหาราชามุ่งหน้าไปคืออุทยานในตำหนักของพระองค์ซึ่งตกแต่งอย่างงดงามด้วยพรรณไม้เขียวชะอุ่ม ออกดอกบานสะพรั่งแย้มกลีบอวดสีสันละลานตาแม้ในคืนฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้ ตัวสวนจัดแต่งให้คล้ายเขาวงกตขนาดย่อม มีพุ่มไม้เตี้ยๆตัดแต่งให้เป็นกำแพงขนาบสองข้างทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหินสีเทาแกมน้ำตาลทอดตัวยาวข้ามทุ่งหญ้าเขียวขจีไปยังจุดต่างๆในอุทยาน
5. คุณกับเค้ากำลังจะเดินทางไปยังสถานที่เดท พาหนะที่จะใช้ในการเดินทางคือ
วรองค์สูงโปร่งในชุดฉลองค์พระองค์สีขาวดูสว่างเรืองรองท่ามกลางแสงจันทร์เสด็จนำไปตามเฉลียงทางเดินโดยมีอาลักษณ์หนุ่มเดินก้าวยาวๆจนเกือบจะเป็นวิ่งเหยาะๆตามไปติดๆ
6. ระหว่างเดท คุณกับเค้าจะสร้างความสนิทสนมด้วยการพูดคุยกันเรื่อง
"เคน... เอ้ย...ฝ่ะ...ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ... อย่าเสด็จไกลนัก เดี๋ยวพวกองครักษ์ตามมาอารักขาฝ่าบาทไม่ทันนะพ่ะย่ะค่ะ" ข้าราชสำนักหนุ่มผู้เริ่มเห็นเงาหัวตัวเองจางหายเข้าไปทุกวันเอ่ยเตือนผู้ที่เสด็จนำอยู่อย่างขลาดๆ
"ไม่ทันสิดี ไม่มีใครมากวนใจ" พระสุรเสียงรื่นรมย์ยิ่งนักจนคนฟังรู้สึกเอะใจขึ้นมารำไร แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าเดินตามไปต้อยๆอย่างจงรักภักดี
หลังจากเสด็จวกวนไปมาอยู่ในอุทยานอยู่นานจนอาลักษณ์หนุ่มเริ่มเวียนหัว ศาลาหลังเล็กก่อสร้างจากไม้ทั้งหลัง แกะสลักตรงคานที่รับน้ำหนักหลังคาเป็นลวดลายอ่อนช้อยก็ปรากฎขึ้นแก่สายตา ครึ่งหนึ่งของศาลายื่นลงไปในบึงน้ำใสแจ๋วจนมองเห็นก้อนกรวดลางๆใต้แสงจันทร์ องค์มหาราชาเสด็จเข้าไปประทับนั่งลงบนม้านั่งไม้อย่างไม่มีพิธีรีตองใดๆทั้งสิ้น ครั้นหันกลับมาเห็นอาลักษณ์หนุ่มยืนเก้ๆกังๆอยู่ไม่ห่างก็กวักพระหัตถ์เรียกให้เข้ามาหา
"มานั่งตรงนี้สิ"
...ข้างพระองค์เนี่ยนะ พ่ะย่ะค่ะ... ใจคอจะให้ธรณีสูบกระหม่อมลงไปรึยังไงกัน... อาลักษณ์หนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างขัดเคือง ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ ปั้นรอยยิ้มหวานประดับใบหน้าตามมารยาทอันข้าราชสำนักพึงกระทำต่อผู้เป็นเจ้าชีวิต
"ไม่เหมาะมั้งพ่ะย่ะค่ะ"
นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทตวัดมองมาทางเขา ริมฝีปากบางบิดขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูไม่ออกว่าทรงขบขันหรือรำคาญพระทัยกันแน่
" งั้นเลือกเอาว่าจะนั่งข้างๆข้า รึบนตักข้า..." พระสุรเสียงเย็นยะเยือกยื่นคำขาดให้
อาลักษณ์หนุ่มไม่มีทางเลือก จำใจต้องนั่งผลุบลงข้างๆนายเหนือหัวของตนอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไรนัก เสียวแถวหลังต้นคออยู่วาบๆว่าถ้าหากมีองครักษ์คนไหนพรวดพราดมาเห็นตัวเองนั่งเสมอองค์กษัตริย์ มีหวังคอเขาได้ขาดเป็นแม่นมั่น...
ความเงียบโรยตัวลงอย่างเชื่องข้า เงียบงัน มีเพียงเสียงใบไม้ กิ่งไม้สั่นไหวคล้ายกำลังกระซิบกระซาบความลับต่อๆกันยามสายลมเย็นเอื่อยโชยผ่านอย่างอ่อนโยน
"พระจันทร์สวยดีเนอะ เจ้าว่ามั้ย?" หลังจากทรงนิ่งเงียบอยู่นาน นานจนอาลักษณ์เริ่มตาปรือ ใกล้จะหลับอยู่รอมร่อ มหาราชาก็ทรงเปรยขึ้น ทำลายความเงียบในยามค่ำคืนลง อาลักษณ์หนุ่มเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าดำแกมน้ำเงินเบื้องบน ดวงจันทร์กลมโตสีเหลืองนวลทอแสงเย็นตาลอยละล่องอยู่ท่ามกลางปุยเมฆสีเทาอ่อน จะว่าสวยก็สวย... แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ในอารมณ์โรแมนติกชมจันทร์สักเท่าไร เพราะง่วงก็ง่วง แถมยังต้องคอยระแวงว่าจะมีใครโผล่เข้ามาเห็นข้าราชสำนักผู้ต่ำต้อยเผยอขึ้นนั่งเทียมเสมอองค์ราชันหรือเปล่า อาลักษณ์หนุ่มเลยรับคำส่งๆไป
"พ่ะย่ะค่ะ กลมเหมือนข้าวเกรียบว่าวเลย"
...เวรกรรม... พูดแล้วก็ให้หิวขึ้นมาติดหมัด... รีบเสด็จกลับซะทีเถอะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยากซัดขนมหวานที่ทางโรงครัวเตรียมมาให้พร้อมกับน้ำชาเต็มแก่แล้ว... ชายหนุ่มได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ
"เจ้านี่ ไม่มีอารมณ์ละเอียดอ่อนกับเขาบ้างเลย" มหาราชาทรงระบายพระปัสสาสะยาวคล้ายทรงอ่อนพระทัยเต็มทีขัดกับกระแสพระสุรเสียงที่ยังคงแฝงเค้าเอ็นดูไว้เต็มเปี่ยม
"แต่ข้าก็ชอบเจ้าตรงจุดนี้นี่แหละนะ"
ประโยคสั้น เรียบง่าย แต่แฝงนัยยะอย่างที่คนฟังถึงกับสะดุ้งโหยงสุดตัว เริ่มหันซ้ายแลขวา ล่อกแล่กๆ หน้าตาตื่นจนฝ่ายที่ทอดพระเนตรอยู่อดแย้มสรวลไม่ได้
...เหมือนกระต่ายขี้ตื่นจริงๆด้วย...
"เจ้ามองหาใครอยู่หรือ?" สุรเสียงทุ้ม นุ่มนวล ลากยาวคล้ายจะล้อเลียน แต่พระหัตถ์เรียวบางทว่าทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อกลับเอื้อมมาตวัดรั้งเอวบางของอาลักษณ์หนุ่มเข้าไปหาโดยไม่สนพระทัยต่อการขัดขืนดิ้นรนอย่างสุดตัวของอีกฝ่าย องค์ราชันย์ทรงพระสรวลเบาๆในพระศอก่อนจะก้มพระพักตร์ลงจนริมพระโอษฐ์ปัดผ่านใบหูของอีกฝ่ายแผ่วผิว
"จะหาใครมาช่วยหรือ?... คงจะยากหน่อยนะ... ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวของข้า ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก"
"ค่ะ...เคน... นี่เจ้า... เอ้ย... ท่าน... เอ้ย... ฝ่าบาท.... ไหนว่าจะมาชมจันทร์ไงล่ะว่ะ...โว้ย.... เอ้ยยยย พะย่ะค่ะ" อารามตื่นตระหนกยิ่งพูดลิ้นก็ยิ่งพันกันจนกว่าจะเอ่ยได้จบประโยค คนพูดแทบขาดใจ ความหวาดประหวั่นพรั่นพรึงทวีขึ้นถึงขีดสุดเมื่ออ้อมพระกรที่โอบรอบกายเขารัดแน่นเข้า พระพักตร์คมคายแนบลงมาจนรู้สึกได้ถึงไรพระมัสสุที่แนบอยู่กับผิวแก้มที่ร้อนผ่าวเหมือนกำลังมีไฟลุกอยู่ของเขา
"ถ้าเจ้าอยากชมจันทร์นัก จะเปลี่ยนไปที่ริมบึงก็ได้ เจ้าจะได้มองเห็นท้องฟ้า เห็นพระจันทร์ชัดๆ ข้าไม่ขัดข้อง"
...ออกไปให้ฟ้าผ่าตาย เทวดาฟ้าดิน ผีบ้านผีเมืองเผ่นเข้าป่าเล่นเรอะ!!!...
"ไม่!!!" อาลักษณ์หนุ่มเผลอตัวสวนคำเสียงแข็งก่อนจะรู้ตัวว่าตกหลุมพรางอีกฝ่ายเข้าเต็มๆ
"งั้นก็แปลว่าในนี้ดีกว่าสินะ..."
จากนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด หรีดหริ่งเรไรพากันงดบรรเลงเพลงขับกล่อมราตรี สายลมม้วนตัวจากไป มวลพฤกษาต่างพากันยืนสงบนิ่ง ไม่มีแม้เสียงใบไม้ไหว ดวงจันทร์สีนวลกลมโตเคลื่อนคล้อยเข้าแอบหลังหมู่เมฆ คล้ายกับไม่ต้องการจะเป็นประจักษ์พยานต่อสิ่งที่เกิดขึ้นใต้หลังคาศาลาไม้ริมบึงนั้นเช่นกัน....
7. ได้เวลาต้องกลับบ้านแล้ว คุณกับเค้าจะบอกลากันด้วย
"ท่านอาลักษณ์ ตื่นเถอะ ใกล้รุ่งแล้ว" สุรเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลแทบจะไม่สามารถชอนไชเข้าไปในห้วงนิทรารมย์ของคนที่หลับอย่างแสนสุโขสโมสรอยู่ได้ ถ้าผู้ที่ปลุกจะไม่ใช้มาตรการขั้นต่อไปในการใช้ฝ่าพระหัตถ์รุกรานความเป็นส่วนตัวของเขา มิหนำซ้ำยังรับสั่งด้วยสุรเสียงนุ่มนวลเจือแววขบขัน... และแฝงไว้ด้วยอันตราย
"เวลาเจ้าหลับนี่ก็น่ารักดีเหมือนกัน... ข้าชักจะอดใจไม่ไหวซะแล้วสิ..."
ร่างบางที่นอนคุดคู้อยู่ดีดตัวผึงขึ้นยืนอย่างกระทันหันก่อนจะถอยกรูดไปจนสุดศาลาอีกฟากอย่างระแวงภัย นัยน์ตาสีดำสนิทส่อแววกล่าวหาเขาชัดแจ้งในแสงสลัวยามฟ้าเริ่มสาง จอมกษัตริย์ทรงพระสรวลเบาๆอีกครั้งก่อนจะประทานเสื้อผ้าพร้อมแว่นของอีกฝ่ายคืนให้ซึ่งคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าท่อนบนเปลือยเปล่าก็ยื่นมือมาฉวยเอาเสื้อผ้าคืนไปด้วยอาการที่เกือบจะเป็นกระชาก ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีแดงก่ำด้วยความขุ่นเคืองระคนขัดเขินยามสวมเสื้อผ้ากลับอย่างลวกๆ
8. สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องไม่ลืมทำก่อนแยกกัน
"เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก" มหาราชาตรัสอย่างนุ่มนวล แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาค้อนควักที่ส่งมาจากอีกฝ่าย
"งั้นกระหม่อมทูลลาพะย่ะค่ะ" น้ำเสียงฟังดูแข็งๆ คล้ายเจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนรอยอารมณ์อะไรบางอย่างที่อาจหลุดออกมากับน้ำเสียง ท่าทางโค้งก็ดูฝืนๆ ขัดแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติจนจอมราชันย์ต้องลอบถอนพระปัสสาสะแล้วเอื้อมพระหัตถ์ออกไปคว้าแขนคนที่หันหลังเดินออกไปได้ยังไม่ทันถึงสองก้าวดี แล้วกระชากกลับเข้ามาสู่อ้อมพระกรอีกครั้ง
"บอกกี่ครั้งแล้วว่าหัดร่ำลาให้มันอ่อนหวานกว่านี้หน่อย" พระสุรเสียงคล้ายจะทรงระอาหากแววพระเนตรระยับขึ้นเมื่อเห็นคนที่อยู่ในอ้อมพระพาหาทำหน้าตาตื่นและพยายามขืนตัวออกจากพระองค์สุดฤทธิ์ ริมพระโอษฐ์บางฉกวูบลงปิดกลีบปากอิ่มที่ยังคงแดงช้ำอยู่ ประทับรอยจุมพิตอย่างดูดดื่มก่อนจะทรงถอนริมพระโอษฐ์ออกอย่างอ้อยอิ่งคล้ายจะทรงแกล้งอีกฝ่ายให้สำลักอากาศตาย
"เจอกันคืนนี้นะ ท่านอาลักษณ์ของข้า"
อาลักษณ์หนุ่มต้องเค้นสติทุกหยาดหยดที่ยังไม่แตกกระเจิงไปเพราะฤทธิ์จุมพิตเมื่อครู่ให้สั่งการให้พาตัวออกไปจากคนตรงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะเลยเถิดไปอีกรอบ เขาพยายามเดินไปตามทางเดิน แต่แข้งขาดูเหมือนจะไร้เรี่ยวแรง ไม่ยอมฟังคำสั่งของเขาสักเท่าไรนัก นอกจากเขาจะเดินเซไปเซมาแล้ว ยังสะดุดแผ่นหินปูทางเดินจนแทบจะล้มหัวทิ่มเข้าไปในพุ่มไม้ข้างๆอีกต่างหาก ยิ่งแว่วเสียงสรวลทุ้มนุ่มมาตามลม อาลักษณ์หนุ่มยิ่งทั้งอับอาย ทั้งเคืองขุ่น ทั้งขัดเขินปะปนระคนกันไป
...ข้าจะไม่มีวันออกไปเดินเล่นกับท่านอีกเป็นอันขาดเลย คอยดู!!!...
ชุด B เมื่อคุณเป็นฝ่ายจีบ
9. วันหนึ่ง คุณเห็นหนุ่ม(สาว)ในฝันที่คุณแอบชอบนั่งอยู่ตามลำพัง สถานที่นั่นคือที่ไหน
ท่ามกลางแสงเทียนนับสิบเล่มที่ส่องให้ห้องสว่างไสวด้วยแสงสีส้มละมุนตา ร่างบางในชุดเครื่องแบบข้าราชสำนักสีม่วงเข้มกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารแผ่นเหลืองบางที่วางกระจายเกลื่อนอยู่เต็มโต๊ะอย่างขะมักเขม้นเสียจนไม่ได้ยินเสียงอื่นใดรอบๆตัว
10. เห็นชัดๆเลยว่าโอกาสมาถึงคุณแล้ว คุณจะทำอะไรดี
รอยแย้มพระสรวลจุดขึ้นที่มุมโอษฐ์ วรองค์สูงโปร่งในฉลองพระองค์อย่างเรียบง่ายสีดำสนิทค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาในห้องสมุดอย่างเงียบกริบ
11. ก่อนจะทำตามคำตอบข้อข้างบน คุณจะเตรียมตัวอะไรบ้าง
พระหัตถ์เรียวกำม้วนกระดาษบางอย่างไว้แน่นขณะที่ทรงย่องเข้าหาอีกฝ่ายอย่างเงียบกริบจากทางด้านหลัง
12. ประโยคแรกที่จะเอ่ยกับเค้าคือ
"เจ้าอ่านอะไรอยู่หรือ ท่านอาลักษณ์ของข้า?"
13. ปฎิกริยาของเค้าที่มีต่อคำพูดของคุณคือ
คนที่ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่สะดุ้งสุดตัวจนแทบจะปัดขวดหมึกล้ม ดีแต่เอื้อมมือไปตะครุบไว้ได้ทัน
"ค่ะ...เคน...นี่ท่าน.... เอ้ยยยย ฝ่าบาท.... เลิกย่องเข้ามาหาเงียบๆแบบนี้ซะทีเถอะพ่ะย่ะค่ะ หัวใจกระหม่อมจะวายเอา " อาลักษณ์หนุ่มหันกลับมาโวยใส่แบบลืมฐานะตัวเองทันทีที่ตั้งสติได้
14. คุณยิ้มให้ แล้วนั่งลงข้างๆ
จากนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นหนังสือในมือของอีกฝ่ายเข้า เป็นหนังสืออะไร
พระเนตรสีดำสนิทดุจนิลชั้นหนึ่งกวาดมองเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะแย้มพระสรวลออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นหัวเอกสารเขียนไว้ชัดเจนด้วยหมึกสีดำ "ประมวลกฎหมายการเก็บภาษีที่ดิน"
15. คุณอยากชวนเค้าคุยด้วย จึงบอกไปว่าหนังสือที่คุณชอบอ่านที่สุดคือ
"คืนนี้พอแค่นี้เถอะ ข้าอยากให้เจ้าอ่านเล่มนี้มากกว่า" องค์มหาราชาทรงถือวิสาสะปัดเอาเอกสารทั้งหมดออกจากโต๊ะ แล้ววางม้วนกระดาษที่ทรงกำอยู่ในพระหัตถ์ลงตรงหน้าอีกฝ่ายแทน
16. เค้าหันมา แล้วมองหน้าคุณด้วยสายตา
อาลักษณ์หนุ่มเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างงุนงง
"มีเรื่องอะไรเร่งด่วนหรือพะย่ะค่ะ?"
"ก็.... เร่งด่วนเอาการอยู่เหมือนกัน เพราะต้องจัดการให้เสร็จภายในคืนนี้" พระสุรเสียงเรียบเฉยก็จริงอยู่ แต่แววระยิบระยับในพระเนตรคู่นั้นช่างไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย อาลักษณ์หนุ่มถอนหายใจก่อนจะเบนสายตาไปที่ม้วนกระดาษที่ทรงวางไว้...
...คราวนี้จะทรงมามุกไหนอีกล่ะ...
ก่อนจะต้องตัวแข็งทื่อ ตาแทบถลนออกมานอกเบ้าเมื่อเห็นตัวอักษรที่จารไว้บนกระดาษแผ่นแรกเต็มสองตา
"คัมภีร์กามสูตร"
จอมกษัตริย์ทอดพระเนตรท่าทางอ้าปากพะงาบๆ และสายตาตื่นตระหนกของอีกฝ่ายอย่างขบขันก่อนจะเอื้อมพระหัตถ์มาพลิกกระดาษแผ่นแรกออกเผยให้เห็นรูปวาดด้วยน้ำหมึกสีอ่อนจางข้างใน
"ข้าให้เจ้าเลือกดูว่าเจ้าชอบแบบไหน ข้าเลือกของข้าได้แล้ว"
"ม่ะ... ไม่เอา!!!" อาลักษณ์หนุ่มแหกปากร้องออกมาทันทีเมื่อตระหนักได้ว่าชะตากรรมใดกำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้า
"หืมม์..." พระขนงเข้มเลิกขึ้นอย่างเสแสร้ง ปลายนิ้วพระหัตถ์เคาะลงกับโต๊ะไม้เป็นจังหวะก่อนจะรับสั่งด้วยสุรเสียงครุ่นคิด
"เจ้าหมายความว่าต้องลองให้หมดก่อนถึงจะรู้เหรอว่าชอบแบบไหน... จริงๆข้าก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอกนะ แต่กลัวเจ้าจะชอกช้ำเอาน่ะสิ...."
--------------------------
หมายเหตุ
- ขออนุญาตตัดส่วนที่เอามาทำนายออก เพราะใส่เข้าไปยังไงมันก็ออกมาไม่เป็นสับปะรดแน่
- ชุด B ห้วน สั้น เพราะคนเขียนขี้เกียจแล้ว ง่วง อยากนอน (หวังว่าคงไม่มีใครมากวนตอนนอนแบบท่านอาลักษณ์ 555)
- ทีเรื่องคลาสล่ะนั่งคิดหัวแทบแตก ทีเรื่องวายๆนี่แบบ ไม่ผ่านสมองด้วยซ้ำ ไขสันหลังสั่งมือเขียนเอาเองโลดดด
- พบกันเอนทรีที่เป็นสาระ เอนทรีหน้าค่ะ